D-Wave

D-Wave คือผู้นำในการพัฒนาและส่งมอบระบบการประมวลผลแบบควอนตัม ซอฟต์แวร์และการบริการ และเป็นผู้จัดหาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์รายแรกของโลก พันธกิจของเราก็คือเพื่อปลดล็อกกำลังของการคำนวณแบบควอนตัมโดยการส่งมอบคุณค่าของลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันเชิงปฏิบัติการ ระบบของเรากำลังถูกใช้งานโดยบางองค์กรที่มีความก้าวหน้าขั้นสูงสุดของโลกตั้งแต่ผู้ประกอบการระดับโลก เช่น Lockheed Martin, DENSO และ Volkswagen ไปจนถึงศูนย์วิจัยแห่งชาติ เช่น NASA Ames, Los Alamos National Lab, Oak Ridge National Lab และ Forschungszentrum Jülich

d-wave-systems_logo_201804131305387

คอมพิวเตอร์ควอนตัม D-Wave ใช้ประโยชน์ของไดนามิกควอนตันในการเร่งและเปิดใช้งานวิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขององค์กรที่มีหน่วยงานแยกกันเป็นส่วนๆ ที่มีความซับซ้อน ข้อจำกัดในการสร้างความพึงพอใจ ปัญญาประดิษฐ์ แมชชีนเลิร์นนิ่ง วิทยาศาสตร์วัสดุและปัญหาในการจำลองแบบ ประเภทของปัญหาเหล่านี้พบได้ในหลายแอปพลิเคชันในพื้นที่หลากหลาย เช่น การจัดรูปแบบด้านการเงิน การจัดตารางการบิน การจัดรูปแบบการคัดสรร เคมีควอนตัม การจำลองแบบเชิงกายภาพ การออกแบบยานยนตร์ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โลจิสติกส์และอื่นๆ อีกมาก

ระบบของเราใช้แบบการจำลองการอบเหนียวในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับฟังก์ชันคณิตศาสตร์ (คล้ายกับภูมิประเทศบนยอดเขาและหุบเขา) โดยการเชื่อมโยงผลกระทบเชิงกลศาสตร์ควอนตัม รวมถึงการทับซ้อน ความพัวพันและการสร้างอุโมงค์เสมือนเพื่อค้นหา Global Minima เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลดีที่สุดหรือเกือบได้ผลดีที่สุด อุปกรณ์ของเรามีฟุตพริ้นท์ที่ขนาดประมาณ 10’ x 7’ x 10’ การปิดล้อมทางกายภาพสำหรับการแช่เย็นแบบไกรโคเจน การป้องกัน และระบบ I/O ในการรองรับหนึ่งหน่วยประมวลผลควอนตัม (QPU) สำหรับผลกระทบควอนตันในการประมวลผล QPU จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมแยกต่างหาก เครื่องทำความเย็นและชั้นของเกราะป้องกันสร้างสภาพแวดล้อมสุญญากาศภายในสูงด้วยอุณหภูมิที่ใกล้ศูนย์ซึ่งแยกจากสนามแม่เหล็กภายนอก การสั่นสะเทือนและสัญญาณ RF

QPU สร้างจากเครือข่ายของคิวบิตฟลักซ์ตัวนำยิ่งยวดที่เชื่อมต่อกัน แต่ละคิวบิตทำมาจากวงโลหะขนาดบางขมวดโดยรอยต่อโจเซฟสัน ที่อุณหภูมิต่ำในระบบของเรา วงรอบเหล่านี้จะกลายเป็นตัวนำยิ่งยวดและสร้างผลกระทบกลไกควอนตัม เมื่อคิวบิตอยู่ในสถานะควอนตัม การไหลปัจจุบันในทิศทางอย่างต่อเนื่องซึ่งหมายถึงคิวบิตอยู่ในการซ้อนทับ ซึ่งเป็นได้ทั้งสถานะ 0 และ 1 ในเวลาเดียวกัน ในตอนท้ายของกระบวนการแก้ไขปัญหา การซ้อนทับนี้จะยุบรวมกันเป็นหนึ่งในสองสถานะดั้งเดิม คือ 0 หรือ 1

การเปลี่ยนจากคิวบิตเดียวไปเป็น QPU แบบหลายคิวบิตจำเป็นที่คิวบิตจะต้องเชื่อมโยงกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล คิวบิตเชื่อมต่อกันผ่านสะพานเชื่อมซึ่งเป็นวนรอบซ้อนทับเช่นกัน การเชื่อมต่อกันของคิวบิตและสะพานเชื่อม ร่วมกับวงจรไฟฟ้าแบบควบคุมเพื่อจัดการสนามแม่เหล็ก สร้างเส้นใยผสานของอุปกรณ์ควอนตัมแบบโปรแกรมได้ เมื่อ QPU เข้ามาเพื่อช่วยแก้ปัญหาา ทุกคิวบิตได้รับการจัดการให้อยู่ในสถานะสุดท้ายและได้ส่งมอบคุณค่าของตนแก่ผู้ใช้

ลูกค้าของ Amazon Braket จะได้ใช้งานสด ในเวลาจริงเพื่อเข้าถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัม D-Wave เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบของเรา ลูกค้า AWS จะใช้ D-Wave Ocean SDK ชุดเครื่องมือ Python ซึ่งรองรับการจับคู่ปัญหาโดยการแปลจุดประสงค์ของแอปพลิเคชันไปเป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขปัญหาบนคอมพิวเตอร์ควอนตัม D-Wave และส่งมอบโซลูชันที่เหมาะสมแก่แอปพลิเคชันดั้งเดิม SDK ยังมี Uniform Sampler API เป็น Abstraction Layer ที่นำเสนอปัญหาในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ได้โดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมและเครื่องมือการเลือกตัวอย่างที่อนุญาตให้ผู้ใช้เลือกวิธีใช้งานอันหลากหลาย (เรียกว่า “ตัวอย่าง”) เพื่อการแก้ไขปัญหาได้โดยตรง วิธีการยังรวมถึงการเรียกใช้แบบการจำลองการอบเหนียว ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ดั้งเดิมที่เรียกใช้อัลกอริทึมดั้งเดิม หรือตัวอย่างที่มีความเป็นไปได้ว่ามีการออกแบบด้วยตนเอง

ขณะที่ผู้ใช้ยังสามารถส่งปัญหาไปยังระบบได้ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน ในท้ายที่สุดปัญหาจะแสดงออกมาให้เห็นเป็นชุดของค่าที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักของคิวบิตและความแข็งแรงของตัวเชื่อม การแก้ไขปัญหาเกี่ยวข้องกับการกำหนดค่าที่เหมาะสมแก่คิวบิตที่พบ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในพื้นที่พลังงาน ค่าเหล่านี้จะส่งกลับไปยังผู้ใช้ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีลักษณะเชิงเป็นไปได้มากกว่าเชิงกำหนด ค่าอันหลากหลายสามารถส่งกลับได้ แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่ดี หากไม่ใช่ค่าที่เหมาะสมที่สุด เป็นอีกหนึ่งการแก้ไขปัญหาที่ดี

IonQ

IonQ เป็นผู้นำการประมวลผลแบบควอนตัมยูนิเวอร์แซล เราเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมคือการเริ่มต้นด้วยวิธีการแบบธรรมชาติ: IonQ ใช้อะตอมแต่ละตัวเป็นหัวใจของหน่วยการประมวลผลควอนตัมของเรา เราปล่อยให้อะตอมลอยอยู่ในพื้นที่ว่างกับตัวนำยิ่งยวดที่มีอิเล็กโตรดบนชิป จากนั้นเราใช้เลเซอร์ในการจัดเตรียมขั้นต้น การดำเนินการเกตและเรียกข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในตอนท้าย การนำทั้งหมดมาไว้รวมกันจำเป็นจะต้องมีการโต้ตอบตามสัญชาตญาณ ความแม่นยำทางสายตาและวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงเฟิร์มแวร์ที่ควบคุมหลายๆ คอมโพเนนต์ IonQ ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Jungsang Kim และ Christopher Monroe

IonQ Logo

การดำเนินงานประมวลผลบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมสำเร็จได้ด้วยโปรแกรมที่กำหนดลำดับจังหวะของเลเซอร์ที่นำมาใช้เพื่อปรับใช้กับแต่ละการดำเนินงานเกตควอนตัม โครงสร้างระบบของเราช่วยในเรื่องการดำเนินการเกตระหว่างชุดแบบสุ่มของบิตควอนตัม หรือคิวบิต ในระบบ ทำให้แมชชีนการประมวลผลมีประโยชน์อย่างยิ่งซึ่งสามารถทำให้เรียกใช้อัลกอริทึมควอนตัมได้อย่างหลากหลาย ระบบของเราสามารถดำเนินการกับหลายอัลกอริทึมควอนตัวที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาในการจำลองแบบเคมีและวัสดุ โลจิสติกส์และการเพิ่มประสิทธิภาพ เภสัชศาสตร์และแอปพลิเคชันด้านการรักษาความปลอดภัย

ไออนที่ถูกดักจับของ IonQ ช่วยให้การประมวลผลแบบควอนตัมเริ่มต้นทำงานด้วยอะตอม Ionized Ytterbium สถานะภายในทั้งสองของอะตอมที่เหมือนกันจะทำให้เกิดคิวบิต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ควอนตัมใดๆ แต่ละอะตอม Ytterbium มีความเหมือนกันอย่างลงตัวในทุกอะตอม Ytterbium อื่นๆ ในทั้งหมดที่มี ก่อนอื่นเราจะถอดอิเล็กตรอนจากอะตอมเพื่อเปลี่ยนอะตอมไปเป็นไออน และใช้ชิปพิเศษที่เรียกว่ากับดักไออนเชิงเส้นในการจับยึดไว้ในพื้นที่ 3D อย่างแม่นยำ คุณสมบัติของกับดักซึ่งมีราวๆ 100 อิเล็กโตรดผ่านการออกแบบอย่างแม่นยำ มีการประดิษฐ์และควมคุมเพื่อผลิตกำลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งจะคอยจับยึดไออนของเราไว้ แยกออกจากสภาพแวดล้อมเพื่อลดเสียงแวดล้อมและดีโคฮีเรนซ์

เมื่อไอออนแรกได้เข้ามาในพื้นที่แล้ว เราจะสามารถโหลดจำนวนไอออนใดๆ ไปยังห่วงโซ่เชิงเส้น ความสามารถในการกำหนดค่าใหม่ตามความต้องการนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างสิ่งใดๆ เชิงทฤษฏีจากระบบหนึ่งคิวบิตไปเป็นระบบคิวบิต 100+ (ปัจจุบันยังไม่มี) โดยที่ไม่ต้องผลิตชิปใหม่หรือเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ที่สำคัญ เมื่อมีการดักจับอะตอมแล้ว เราสามารถจัดเตรียมอะตอมเหล่านั้นไว้ในสถานะควอนตัมใดๆ และอะตอมนั้นจะยังคงอยู่ในสถานะไม่มีข้อกำหนดตราบเท่าที่คิวบิตยังแยกตัวจากสภาพแวดล้อมอย่างเพียงพอ ก่อนที่เราจะสามารถใช้ไออนของเราในการประมวลผลแบบควอนตัม เราจะต้องเตรียมไอออนสำหรับงานก่อน ซึ่งมีสองขั้นตอนที่เกี่ยวข้องด้วยกัน: การทำความเย็นเพื่อลดเสียงขณะประมวลผล และการจัดเตรียมสถานะซึ่งจะต้องทำให้แต่ละไอออนไปอยู่ในสถานะ “ศูนย์” เพื่อให้พร้อมใช้งาน

เราลงมือการดำเนินการเกตด้วยอาร์เรย์ของบีมเลเซอร์เฉพาะ ซึ่งจะมีภาพบนไอออนแต่ละตัว รวมถึงหนึ่งบีม “โกลบอล” การแทรกแซงระหว่างสองบีมจะเป็นการสร้างสัญญาณควบคุมซึ่งสามารถผลักคิวบิตไปเป็นสถานที่แตกต่างกัน เราสามารถจัดการสถานของไออนเพื่อสร้างเกตคิวบิตเดียวหรือสองคิวบิตได้ ในปัจจุบัน เราได้เรียกใช้เกตคิวบิตเดียวบนห่วงโซ่79-ไออนและอัลกอริทึมที่ซับซ้อนซึ่งประกอบด้วยสองเกตคิวบิตแบบทวีคูณบนห่วงโซ่ซึ่งมีไออนมากสุดถึง 11 ไอออน เมื่อดำเนินการประมวลผลแล้ว มีการอ่านผลลัพธ์เสร็จแล้วโดยการแสดงเลเซอร์เสียงสะท้อนบนทุกไอออนเพื่อยุบข้อมูลควอนตัมไปเป็นหนึ่งจากสองสถานะ การรวบรวมและการวัดผลไฟนี้จะช่วยให้เราอ่านสถานะที่ยุบแล้วของทุกไอออนได้อย่างต่อเน่อง หนึ่งในสถานะเหล่านี้จะเห็นได้ชัดในแสงเลเซอร์ ในขณะที่สถานะอื่นๆ จะไม่มีแสงที่ชัดเจน เราตีความผลลัพธ์เป็นสตริงไบนารี เพื่อแยกคิวบิตไอออนอะตอมจากสภาพแวดล้อม เราได้วางกับดักไว้ภายในห้องโถงสุญญากาศอัลตราสูง อัดแรงดันรอบๆ ที่ 10-11 ทอร์ ที่แรงดันนี้ จะมีโมเลกุลเล็กๆ ในปริมาตรที่มากกว่าพื้นที่รอบนอก

Rigetti

การประมวลผล Rigetti สร้างและติดตั้งใช้จริงระบบการประมวลผลแบบควอนตันที่ผสานรวมซึ่งใช้ประโยชนจากเทคโนโลยีคิวบิตนำไฟฟ้ายิ่งยวด ระบบนี้ช่วยให้องค์กรขยายขั้นตอนการทำงานการประมวลผลที่มีอยู่ด้วยตัวประมวลผลควอนตันอันทรงพลัง Rigetti ให้บริการลูกค้าในด้านการเงิน ประกันภัย เภสัชกรรม การป้องกันและพลังงานด้วยซอฟต์แวร์แบบกำหนดเองและโซลูชันที่เน้นในเรื่องการจำลองแบบ การเพิ่มประสิทธิภาพและแอปพลิเคชนแมชชีนเลิร์นนิ่ง บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริก โดยมีสำนักงานในวอชิงตัน, ดีซี, ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร

Rigetti_Computing

หน่วยประมวลผลควอนตัมริเก็ตติเป็นแบบสากล อุปกรณ์แบบจำลองเกตโดยอ้างตามคิวบิตนำไฟฟ้ายิ่งยวด คุณสมบัติของชิปซีรีส์แอสเพนของเราเป็นโครงตาข่ายที่เชื่อมโยงกันของความถี่แบบคงที่ทางเลือกและคิวบิตนำไฟฟ้ายิ่งยวดแบบปรับได้ภายในโครงสร้างของระบบซึ่งสามารถปรับสเกลให้เป็นจำนวนคิวบิตขนาดใหญ่ ลอจิกเกตซึ่งมีการอ้างอิงพารามิเตอร์บนชิปเหล่านี้ยังมีเวลาเกตและอัตราการดำเนินการของโปรแกรมที่รวดเร็ว ชิปควอนตัมซีรีส์แอสเพนผลิตขึ้นในโรงหล่ออุปกรณ์เฉพาะของ Rigetti โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัยสำหรับวงจรไฟฟ้าตัวนำยวดยิ่ง ผลลัพธ์คือมีการผสานรวมอันทรงพลังของความแม่นยำ สเกลและความเร็ว
ตัวประมวลผล Rigetti ประกอบไปด้วยระบบย่อยที่สำคัญ 3 ระบบ อย่างแรก โปรแกรมของผู้ใช้ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพตามคำแนะนำของแมชชีนตามธรรมชาติผ่านห่วงโซ่เครื่องมือ ตัวแปลโปรแกรมอันมีประสิทธิภาพ จากนั้น ตัวควบคุมฮาร์ดแวร์ที่มีเวลาแฝงต่ำจะจัดลำดับคำแนะนำเหล่านี้เป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ปรับเทียบแล้ว ท้ายที่สุด คิวบิตที่ผลิตมาจากองค์ประกอบวงจรไฟฟ้าตัวนำยวดยิ่งจะแปลงสัญญาณไฟฟ้าที่อยู่ภายในอุปกรณ์ไปเป็นเกตควอนตัมดิจิทัลและคำแนะนำในการตรวจวัด

กราฟความสามารถในการเชื่อมต่อชิปแอสเพนมีลักษณะ 8 เหลี่ยม โดยมี 3 ปีกที่เชื่อมโยงกัน (2 ปีกสำหรับตรงขอบ) ตัวแปลโปรแกรมคิลก์ของ Rigetti จะจับคู่อัลกอริทึมควอนตัมแอ๊บสแตรกท์กับเครือข่ายของการเชื่อมต่อทางกายภาพนี้ เกต “SWAP” ซึ่งแลกเปลี่ยนสถานะควอนตัวระหว่างคิวบิตโดยที่ไม่มีการพัวพัน สามารถส่งข้อมูลควอนตัมไปมาข้ามตัวประมวลผล Aspen ไปยังลิงก์คิวบิตเพื่อนบ้านที่ไม่ได้อยู่ใกล้ที่สุด เนื่องจากการดำเนินการเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายสูง ตัวแปลโปรแกรมคิลก์จะได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสำหรับ “ปัญหาเค้าโครง” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความลึกของโปรแกรมที่รวบรวมไว้บนกราฟ Aspen จะได้รับการประเมินบ่อยครั้งเพื่อให้น้อยกว่าหรือเท่ากับบที่มีอยู่ในโครงสร้างโปรแกรมแบบมีลำดับซีเรียล

กลไกเกตที่มีการพัวพันสองคิวบิตของ Rigetti (ปกติเรียกว่าเกตเฟสที่ควบคุม หรือเกต “CZ”) ถูกกระตุ้นโดยการควบคุมการกล้ำทางความถี่ (Frequency Modulation หรือ FM) ไฟฟ้า สำหรับคลาส “เกตอิงพารามิเตอร์” ตัวควบคุมดำเนินการตามคำสั่งของเกต CZ ผ่านไบอัสไฟฟ้าซึ่งจัดการจุดดำเนินการคลื่นความถี่วิทยุ (GHz) ของหนึ่งคิวบิต (ลองนึกถึง “หน้าปัดวิทยุ”) โดยจะเหวี่ยงสเปกตรัม FM นี้ไปเป็นเสียงสะท้อนด้วยคิวบิตเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่สุดสำหรับระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้อย่างแม่นยำ บนกราฟแอสเพน แผนผังที่จำเป็นต้องมีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของคิวบิตนี้เป็น FM แบบปรับแต่งได้ เพื่อประเมินผลกระทบของดีโคฮีเรนซ์บนอัลกอริทึม ไลฟ์ไทม์ของคิวบิต (~25-50 μs) ควรมีการเปรียบเทียบกับระยะเวลาเกต (~50-200 ns) คูณด้วยความลึกวงจรไฟฟ้าของอัลกอริทึม เวลาเหล่านี้มาจากตัวประมวลผล Rigetti ล่าสุด (แอสเพน-7) อ้างอิงจาก 32-คิวบิตจากตัวแปร ตามที่แสดงในตารางที่ 1

rsz_rigetti_figure64ba7215f8ce1086540e2b602ccd9b8d86b1b633
รูปภาพที่ 1 - ทอพอโลยีวงจรไฟฟ้แบบปรับสเกลได้สำหรับชิปซีรีส์ Rigetti Aspen กับคิวบิตที่มีฉลากในเบส 8 และการเชื่อมโยงคิวบิตกับคิวบิตโดยตรงโดยแสดงเป็นกราฟ

Rigetti Aspen-7

เฉลี่ย ระยะเวลา (μs)

อายุการใช้งาน T1

41

อายุการใช้งาน T2

35

การดำเนินการของเกตคิวบิตเดียว

0.080

การดำเนินการของสองเกตคิวบิตเดียว

0.34

การอ่านข้อมูลการดำเนินการ

13

ลงทะเบียนการดำเนินการรีเซ็ต

10

ตารางที่ 1 - ไลฟ์ไทม์และความเร็วในการดำเนินการสำหรับตัวประมวลผลแอสเพน-7 ประมวลผลข้อมูลเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2019

Rigetti Aspen-7

เฉลี่ย ความแม่นยำ (ต่อการดำเนินการ)

หนึ่งเกตคิวบิต

98.7 %

สองเกตคิวบิต

95.2 %

สแปม

96.4 %

การหาค่าเฉลี่ยเรขาคณิตที่เหมาะที่สุด

97.2 %

ตารางที่ 2 - ความแม่นยำต่อการดำเนินการสำหรับตัวประมวลผลแอสเพน 7 ประมวลผลข้อมูลเมื่อวันที่24 ต.ค. 2019

ความแม่นยำเฉลี่ยโดยทั่วไปสำหรับหนึ่งเกตคิวบิต สองเกตคิวบิตและคำแนะนำการวัดผลและการจัดเตรียมสภาวะ (State Preparation and Measurement - SPAM) สำหรับแอสเพน-7 แสดงอยู่ในตารางที่ 2 ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นสามารถทำงานได้เองบนคอมพิวเตอร์ควอนตันแบบยูนิเวอร์แซล การประเมินออเดอร์แรกสำหรับประสิทธิภาพการทำงานในระดับชิปเป็นค่าเฉลี่ยเรขาคณติของแต่ละประเภทของคำสั่ง เช่น บนค่ามัธยฐานของคิวบิตเดียว สองคิวบิตและลงทะเบียนการจัดเตรียม/อ่านข้อมูลการดำเนินการของชิป: ชิปแอสเพน-7 มีค่าเฉลี่ยความแม่นยำที่ 97.2% ภายในวงจรไฟฟ้าแบบผสานรวม ผ่านซิลิคอน เวียและฟลิป ชิปที่ผูกกับเกราะตัวนำยิ่งยวดจะลดการควบคุมสัญญาณแทรกข้ามบนชิปลง

Product-Page_Standard-Icons_01_Product-Features_SqInk
มีคำถามหรือไม่

ตรวจทานคำถามที่พบบ่อยของ Amazon Braket

เรียนรู้เพิ่มเติม 
Product-Page_Standard-Icons_02_Sign-Up_SqInk
ลงชื่อสมัครใช้บัญชีฟรี

รับสิทธิ์การเข้าถึง AWS Free Tier ได้ทันที 

ลงชื่อสมัครใช้งาน 
Product-Page_Standard-Icons_03_Start-Building_SqInk
ลงชื่อสมัครใช้งานเพื่อดูตัวอย่าง

ลงชื่อสมัครใช้งานเพื่อดูตัวอย่างในการเริ่มต้นใช้งาน

ลงชื่อสมัครใช้งาน 
เนื้อหาในหน้า
D-Wave IonQ Rigetti