AWS IoT Core คือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์กับบริการของ AWS และอุปกรณ์อื่นๆ ปกป้องข้อมูลและการโต้ตอบต่างๆ ประมวลผลและดำเนินการตามข้อมูลของอุปกรณ์ รวมทั้งช่วยให้แอปพลิเคชันสามารถโต้ตอบกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้แม้ว่าจะออฟไลน์อยู่ก็ตาม และให้คุณสร้างอุปกรณ์ที่มี Alexa ในตัวได้ในราคาประหยัด

คุณสมบัติหลัก

AWS IoT Device SDK

AWS IoT Device SDK ช่วยให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือแอปพลิเคชันมือถือเข้ากับ AWS IoT Core ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว AWS IoT Device SDK ช่วยให้อุปกรณ์ของคุณเชื่อมต่อ ยืนยันความถูกต้อง และแลกเปลี่ยนข้อความกับ AWS IoT Core โดยใช้โปรโตคอล MQTT, HTTP หรือ WebSockets AWS IoT Device SDK รองรับภาษา C, JavaScript, Arduino และรวมถึงไลบรารีไคลเอ็นต์ คู่มือ Developer และคู่มือการย้ายสำหรับผู้ผลิต นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้โอเพนซอร์สทางเลือกหรือเขียน SDK ของคุณเองได้อีกด้วย

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดอ่านเอกสารประกอบ AWS IoT Device SDK หรือเริ่มต้นใช้งานโดยดาวน์โหลด SDK

เกตเวย์อุปกรณ์

เกตเวย์อุปกรณ์ทำหน้าที่เป็นจุดเข้าสำหรับอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อกับ AWS เกตเวย์อุปกรณ์จัดการการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดและการใช้อรรถศาสตร์สำหรับโปรโตคอลมากมายเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สามารถสื่อสารกับ AWS IoT Core ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันเกตเวย์อุปกรณ์รองรับโปรโตคอล MQTT, WebSockets และ HTTP 1.1 สำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อโดยใช้ MQTT หรือ WebSockets เกตเวย์อุปกรณ์จะยังคงดูแลอุปกรณ์เหล่านี้ที่สามารถเปิดใช้งานการเชื่อมต่อแบบสองทิศทางให้มีอายุการใช้งานได้นานเพื่อส่งและรับข้อความได้ทุกเมื่อโดยมีเวลาแฝงต่ำ เกตเวย์อุปกรณ์มีการจัดการอย่างเต็มรูปแบบและปรับขนาดได้โดยอัตโนมัติเพื่อรองรับอุปกรณ์กว่าพันล้านเครื่องโดยที่คุณไม่ต้องจัดการโครงสร้างพื้นฐานใดๆ สำหรับลูกค้าที่โยกย้ายไปยัง AWS IoT เกตเวย์อุปกรณ์มีความสามารถในการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานโดยมีผลกระทบต่อสถาปัตยกรรมและอุปกรณ์ IoT น้อย หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งข้อมูลที่กำหนดค่าได้ โปรดอ่านเอกสารประกอบ ที่นี่

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดอ่านส่วนโปรโตคอลในคู่มือผู้ใช้ AWS IoT Core

Message Broker

Message Broker คือตัวกลางในการรับส่งข้อความแบบ Pub/Sub ที่มีอัตราการส่งข้อมูลระดับสูง ซึ่งส่งข้อความถึงและจากแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดได้อย่างปลอดภัยโดยมีเวลาแฝงต่ำ โครงสร้างหัวข้อที่มีลักษณะยืดหยุ่นของ Message Broker ช่วยให้คุณสามารถส่งข้อความถึงหรือได้รับข้อความจากอุปกรณ์จำนวนหลายเครื่องเท่าที่คุณต้องการ คุณสมบัตินี้รองรับรูปแบบการรับส่งข้อความที่มีตั้งแต่คำสั่งหนึ่งต่อหนึ่งและการรับส่งข้อความควบคุมไปจนถึงระบบการแจ้งเตือนออกอากาศหนึ่งต่อหนึ่งล้าน (หรือมากกว่า) นอกจากนี้ คุณสามารถตั้งค่าการควบคุมการเข้าถึงอย่างละเอียดได้ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถจัดการสิทธิ์การเชื่อมต่อแต่ละครั้งได้ในระดับหัวข้อ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์และแอปพลิเคชันจะส่งหรือรับเฉพาะข้อมูลที่คุณต้องการเท่านั้น Message Broker คือบริการที่มีการจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกใช้คุณสมบัตินี้อย่างไร ระบบก็จะปรับขนาดตามปริมาณข้อความของคุณอัตโนมัติโดยไม่ต้องรันโครงสร้างพื้นฐานใดๆ

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดอ่านส่วน Message Broker ของคู่มือผู้ใช้ AWS IoT Core

การยืนยันความถูกต้องและการมอบสิทธิ์

AWS IoT Core มีการยืนยันความถูกต้องที่สัมพันธ์กันและการเข้ารหัสที่จุดเชื่อมต่อทุกจุด เพื่อไม่ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์และ AWS IoT Core โดยไม่มีการระบุตัวตนที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว AWS IoT Core รองรับวิธีการยืนยันความถูกต้องของ AWS (เรียกว่า ‘SigV4’) ใบรับรอง X.509 ตามการยืนยันความถูกต้อง และการยืนยันความถูกต้องตามโทเค็นที่ลูกค้าสร้างขึ้น (ผ่านตัวให้สิทธิ์ที่กำหนดเอง) การเชื่อมต่อโดยใช้ HTTP สามารถใช้วิธีการเหล่านี้ได้ทุกวิธี ในขณะที่การเชื่อมต่อโดยใช้ MQTT จะใช้การยืนยันความถูกต้องตามใบรับรอง และการเชื่อมต่อโดยใช้ WebSockets สามารถใช้ SigV4 หรือตัวให้สิทธิ์ที่กำหนดเองได้ AWS IoT Core ช่วยให้คุณสามารถใช้ใบรับรองที่ AWS IoT Core สร้างขึ้นได้ เช่นเดียวกับใบรับรองที่ลงนามโดยผู้ออกใบรับรอง (CA) ที่คุณต้องการ คุณสามารถแมปตัวเลือกของนโยบายให้กับใบรับรองแต่ละใบเพื่อให้คุณสามารถอนุญาตให้อุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันเข้าถึงได้ หรือเปลี่ยนใจและยกเลิกการเข้าถึงทั้งหมดโดยไม่ต้องสัมผัสอุปกรณ์เลย

คุณสามารถสร้าง ปรับใช้ และจัดการใบรับรองรวมทั้งนโยบายสำหรับอุปกรณ์ได้จาก Console หรือโดยใช้ API ใบรับรองอุปกรณ์เหล่านั้นสามารถจัดเตรียม เปิดใช้งาน และเชื่อมโยงกับนโยบาย IoT ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับการกำหนดโดยใช้ AWS IoT Core คุณสมบัตินี้ช่วยให้คุณยกเลิกการเข้าถึงอุปกรณ์แต่ละเครื่องได้ทันที หากคุณเลือกที่จะทำเช่นนั้น นอกจากนี้ AWS IoT Core ยังรองรับการเชื่อมต่อจากแอปมือถือของผู้ใช้ที่ใช้ Amazon Cognito ซึ่งจะดูแลขั้นตอนทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้างตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันสำหรับผู้ใช้แอปของคุณและเรียกดูข้อมูลรับรองของ AWS ชั่วคราวที่มีการจำกัดสิทธิ์ นอกจากนี้ AWS IoT Core ยังสามารถให้ข้อมูลรับรองของ AWS ชั่วคราวได้ หลังจากอุปกรณ์ได้รับการยืนยันความถูกต้องด้วยใบรับรอง X.509 เพื่อให้อุปกรณ์นั้นสามารถเข้าถึงบริการของ AWS บริการอื่นๆ เช่น DynamoDB หรือ S3 ได้ง่ายยิ่งขึ้น

การจัดเตรียมฟลีตให้กับ AWS IoT Core ทำให้การจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ผลิตไปยังระบบคลาวด์ในจำนวนใดก็ได้ทุกระดับเป็นเรื่องง่าย มอบประสบการณ์การเตรียมอุปกรณ์ที่มีการจัดการครบวงจรซึ่งตั้งค่าอุปกรณ์ด้วยข้อมูลประจำตัวแบบดิจิทัลและดำเนินการกำหนดค่าทั้งด้านอุปกรณ์ปละด้านระบบคลาวด์ที่จำเป็นสำหรับอุปกรณ์แต่ละชิ้น เพื่อเชื่อมต่อและทำงานกับ AWS IoT โดยอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อไปยัง AWS IoT Core เป็นครั้งแรก การจัดเตรียมฟลีตไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับลูกค้า หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเตรียมฟลีต โปรดอ่านเอกสารประกอบเกี่ยวกับการจัดเตรียมฟลีต ที่นี่

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดอ่านส่วนความปลอดภัยและการยืนยันความถูกต้องในคู่มือผู้ใช้ AWS IoT Core

รีจิสทรี

รีจิสทรีกำหนดข้อมูลประจำตัวสำหรับอุปกรณ์และติดตามข้อมูลเมตา เช่น คุณลักษณะและความสามารถของอุปกรณ์ รีจิสทรีกำหนดข้อมูลประจำตัวที่ไม่ซ้ำกันให้กับอุปกรณ์แต่ละเครื่องซึ่งมีการจัดรูปแบบให้สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประเภทใดหรือมีวิธีการเชื่อมต่ออย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ รีจิสทรียังรองรับข้อมูลเมตาที่อธิบายถึงความสามารถของอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์รายงานอุณหภูมิหรือไม่ และข้อมูลนั้นเป็นฟาเรนไฮต์หรือเซลเซียส

รีจิสทรีให้คุณจัดเก็บข้อมูลเมตาเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณได้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม และข้อมูลเมตาในรีจิสทรีจะไม่หมดอายุตราบเท่าที่คุณยังเข้าถึงหรืออัปเดตรายการรีจิสทรีอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุก 7 ปี
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดอ่านส่วนรีจิสทรีของคู่มือผู้ใช้ AWS IoT Core

Device Shadow

AWS IoT Core ช่วยให้คุณสามารถสร้างเวอร์ชันเสมือนที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องหรือ Device Shadow ของอุปกรณ์แต่ละเครื่อง ซึ่งมีสถานะล่าสุดของอุปกรณ์เพื่อให้แอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์อื่นสามารถอ่านข้อความและโต้ตอบกับอุปกรณ์นั้นได้ Device Shadow จะยังคงมีสถานะที่รายงานล่าสุดและสถานะในอนาคตที่ต้องการของอุปกรณ์แต่ละเครื่องแม้ว่าอุปกรณ์นั้นจะออฟไลน์อยู่ก็ตาม คุณสามารถเรียกดูสถานะที่รายงานล่าสุดของอุปกรณ์หรือตั้งค่าสถานะในอนาคตที่ต้องการผ่าน API หรือโดยใช้ Rules Engine

Device Shadow ทำให้สร้างแอปพลิเคชันที่โต้ตอบกับอุปกรณ์ของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจากมี REST API พร้อมใช้งานอยู่เสมอ นอกจากนี้ แอปพลิเคชันสามารถกำหนดสถานะในอนาคตที่ต้องการของอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องพิจารณาสถานะปัจจุบันของอุปกรณ์ดังกล่าว AWS IoT Core จะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสถานะที่ต้องการกับสถานะที่รายงานล่าสุด แล้วสั่งให้อุปกรณ์นั้นชดเชยความแตกต่างดังกล่าว

AWS IoT Device SDK ช่วยให้อุปกรณ์ของคุณสามารถซิงโครไนซ์สถานะของตนกับ Device Shadow และตอบสนองต่อการกำหนดสถานะในอนาคตที่ต้องการผ่านอุปกรณ์เงาได้อย่างง่ายดาย

Device Shadow ให้คุณจัดเก็บสถานะของอุปกรณ์ได้ฟรีหนึ่งปี Device Shadow จะยังคงอยู่ตลอดไป หากคุณอัปเดตอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี มิเช่นนั้นอุปกรณ์เงาจะหมดอายุ

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดอ่านส่วน Device Shadow ของคู่มือผู้ใช้ AWS IoT Core

Rules Engine

Rules Engine ทำให้สามารถสร้างแอปพลิเคชัน IoT ที่รวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ และดำเนินการกับข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในระดับโลกโดยไม่ต้องจัดการโครงสร้างพื้นฐานใดๆ Rules Engine ประเมินข้อความขาเข้าที่เผยแพร่ใน AWS IoT Core เพื่อแปลงและส่งข้อความเหล่านั้นไปยังอุปกรณ์อีกเครื่องหรือบริการระบบคลาวด์ โดยขึ้นอยู่กับกฎธุรกิจที่คุณกำหนด กฎสามารถใช้ได้กับข้อมูลจากอุปกรณ์อย่างน้อยหนึ่งเครื่องและกฎก็สามารถใช้ดำเนินการได้อย่างน้อยหนึ่งรายการควบคู่กันไป

นอกจากนี้ Rules Engine ยังสามารถกำหนดเส้นทางรับส่งข้อความไปยังตำแหน่งข้อมูล AWS รวมถึง AWS IoT Analytics, AWS IoT Events, AWS Lambda, Amazon Kinesis, Amazon S3, Amazon DynamoDB, Amazon CloudWatch, Amazon Simple Notification Service (SNS), Amazon Simple Queue Service (SQS), Amazon Elasticsearch Service และ AWS Step Functions ตำแหน่งข้อมูลภายนอกสามารถเข้าถึงได้โดยใช้ AWS Lambda, Amazon Kinesis, Amazon SNS และการดำเนินการ HTTP แบบเนทีฟของ Rules Engine

คุณสามารถเขียนกฎภายใน Console ของการจัดการ หรือเขียนกฎโดยใช้ไวยกรณ์เหมือน SQL ได้ โดยสามารถเขียนกฎให้ดำเนินการแตกต่างกันได้โดยขึ้นอยู่กับเนื้อหาของข้อความนั้น ตัวอย่างเช่น หากการอ่านอุณหภูมิเกินเกณฑ์ที่กำหนด ระบบอาจทริกเกอร์กฎให้ส่งข้อมูลไปยัง AWS Lambda นอกจากนี้ยังสามารถเขียนกฎที่คำนึงถึงข้อมูลอื่นในระบบคลาวด์ เช่น ข้อมูลจากอุปกรณ์อื่น ตัวอย่างเช่น คุณอาจบอกว่าให้ดำเนินการหากอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุปกรณ์อื่นอีก 5 เครื่องเกิน 15%

Rules Engine มีฟังก์ชันที่พร้อมใช้งานมากมาย ซึ่งสามารถใช้ในการแปลงข้อมูลและสามารถสร้างข้อมูลเพิ่มได้อย่างไม่จำกัดผ่าน AWS Lambda ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังจัดการค่าที่หลากหลาย คุณสามารถใช้ค่าเฉลี่ยของตัวเลขที่เข้ามาได้ นอกจากนี้ กฎยังสามารถทริกเกอร์การดำเนินการของโค้ด Java, Node.js หรือ Python ใน AWS Lambda ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและพลังการประมวลผลข้อมูลของอุปกรณ์สูงสุด

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดอ่านส่วน Rules Engine ของคู่มือผู้ใช้ AWS IoT Core

การผสานรวม Alexa Voice Service (AVS)

อุปกรณ์ที่มี Alexa ในตัว เป็นอุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่สร้างขึ้นโดยมี Alexa Voice Service (AVS) ซึ่งมีไมโครโฟนและลำโพง คุณสามารถพูดกับอุปกรณ์เหล่านี้ได้โดยตรง โดยใช้คำเรียกเริ่มต้นว่า “Alexa” และรับคำตอบและเนื้อหาต่างๆ กลับมาในรูปแบบเสียงทันที

ด้วยการผสานรวมกับ AVS คุณสามารถปรับจำนวนอุปกรณ์ที่มี Alexa ในตัวให้เป็นร้อยล้านชิ้ันได้และเร่งนำผลิตภัณฑ์อันโดดเด่นที่ส่งเสริมการใช้เสียงเข้าสู่ตลาดได้ในราคาประหยัด การผสานรวมกับ AVS สำหรับ AWS IoT Core เปลี่ยนการรับสื่อ การถอดรหัสเสียง การมิกซ์เสียง และการจัดการสถานะจากอุปกรณ์ที่จับต้องได้ไปยังอุปกรณ์เสมือนที่มี Alexa ในตัวแบบใหม่ในระบบคลาวด์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการผลิตอุปกรณ์ที่มี Alexa ในตัวได้สูงสุด 50% โดยลดความต้องการฮาร์ดแวร์จาก RAM ขนาด 50 MB ถึง 1 MB และตั้งแต่ไมโครโปรเซสเซอร์ระดับ ARM Cortex ‘A’ ไปจนถึงไมโครคอนโทรลเลอร์ระดับดับ ARM Cortex ‘M’

การลดภาระการประมวลผลและปริมาณงานงานที่หนักในหน่วยความจำไปยังระบบคลาวด์ และลดความต้องการในอุปกรณ์สำหรับการรวม AVS ทำให้สามารถนำ Alexa ไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำและทรัพยากรที่จำกัด เช่น สวิตช์ไฟ ตัวควบคุมอุณหภูมิ และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก อุปกรณ์ที่มี Alexa ในตัวประเภทใหม่ที่มีในตลาดช่วยให้ผู้ใช้ปลายทางสามารถสัมผัสประสบการณ์ Alexa ในส่วนใหม่ของบ้าน สำนักงาน หรือห้องพักในโรงแรมเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศที่แท้จริง โดยที่จะได้พูดคุยโดยตรงกับสภาพแวดล้อมแทนอุปกรณ์ตระกูล Alexa

คู่ค้าของเราช่วยให้การเริ่มต้นใช้งานโดยเปิดใช้ชุดอุปกรณ์พัฒนาฮาร์ดแวร์ให้ AVS สำหรับ AWS IoT เป็นเรื่องง่าย ชุดอุปกรณ์พัฒนาเปิดใช้งานด้วยระบบการดำเนินงานแบบเรียลไทม์สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ เช่น FreeRTOS และมีการเชื่อมต่อใหม่ล่าสุดไปยัง AWS IoT ชุดอุปกรณ์ยังช่วยขจัดความจำเป็นในการพัฒนาแอปพลิเคชันเสียงตั้งแต่ต้น โดยบรรจุอัลกอริทึมเสียง AVS ที่เหมาะสมสำหรับการรับเสียงฟาร์ฟิลด์, Echo Cancellation และ Alexa Wake Word รวมถึง AVS สำหรับโค้ดแอปพลิเคชัน AWS IoT การใช้โค้ดแอปพลิเคชันคุณสมบัติช่วยให้คุณสามารถสร้างต้นแบบอุปกรณ์และพอร์ตการใช้งานการออกแบบ MCU ที่คุณเลือกสำหรับการทดสอบและการผลิตอุปกรณ์เมื่อพร้อม

การผสานรวม AVS พร้อมใช้ในฐานะหัวข้อแบบเหมาจ่ายใน AWS IoT Core จะไม่มีการคิดค่าบริการสำหรับข้อความที่ส่งถึงอุปกรณ์ และส่งจากอุปกรณ์ถึง AVS ในหัวข้อแบบเหมาจ่ายของ AWS IoT เรียนรู้วิธีสร้างอุปรณ์ที่มี Alexa แบบต้นทุนต่ำด้วยคู่มือเริ่มต้นใช้งานการผสานรวม AVS สำหรับ AWS IoT Core

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับราคา AWS IoT Core

ไปที่หน้าราคา
พร้อมเริ่มต้นใช้งานหรือยัง
ลงชื่อสมัครใช้งาน
มีคำถามเพิ่มเติมหรือไม่
ติดต่อเรา