เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกย้ายไปยังระบบคลาวด์และเรามักจะได้ยินอยู่เสมอคือ ความคล่องแคล่วและความรวดเร็วในการย้ายข้อมูล คุณสามารถเร่งความเร็วเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานภายในองค์กรนับพันได้ในไม่กี่นาทีแทนที่จะใช้เวลานานถึง 10-18 สัปดาห์ด้วยการประมวลผลบนระบบคลาวด์ AWS Cloud มีบริการต่างๆ มากกว่า 90 รายการ ตั้งแต่การประมวลผล พื้นที่จัดเก็บ และฐานข้อมูล ไปจนถึงการผสานรวมต่อเนื่อง การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้งานได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถนำแนวคิดต่างๆ มาปรับใช้จริงได้ในเวลาไม่กี่วินาทีแทนที่จะใช้เวลาเป็นเดือนๆ

ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์ บางรายก็ย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร เรายังเห็นบริษัทอีกมากที่มีการรวบรวมศูนย์ข้อมูลหรือการย้ายโปรเจกต์ไปยังระบบคลาวด์ โดยเฉพาะบริษัทที่กำลังจัดเตรียมการเข้าซื้อกิจการ การขายกิจการ หรือมีการขยายโครงสร้างพื้นฐานมาเรื่อยๆ หลายปี นอกจากนี้ ยังมีบริษัทอีกมากที่กำลังมองหาวิธีปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจของตนโดยใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยอันเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการปรับรูปแบบเป็นดิจิทัลที่ใหญ่ยิ่งกว่า และแน่นอนว่า องค์กรต่างๆ มักมองหาวิธีเพิ่มกำไรสุทธิผ่านการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง


AWS มีลูกค้าใช้บริการกว่าล้านคนในทุกๆ เดือน และทุกภาคส่วนธุรกิจแนวดิ่งในองค์กรก็ใช้ AWS ได้อย่างเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นบริการด้านการเงินอย่าง Capital One, Intuit, FINRA และ Barclays หรือการดูแลสุขภาพอย่าง Johnson & Johnson, Merck, Pfizer และ Bristol Myers Squibb ในธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ก็มี Shell, BP และ Hess และลูกค้าในอุตสาหกรรมการผลิตอย่าง GE, Philips และ Schneider Electric รวมถึง Netflix, Samsung, Adobe และ Autodesk ในด้านเทคโนโลยี

ทุกองค์กรจะมีเหตุผลและข้อจำกัดในแบบของตน แต่เรามองเห็นสิ่งขับเคลื่อนที่เหมือนกันที่ลูกค้าจะนำไปใช้ในการย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์อยู่เสมอ

ต้นทุนในการดำเนินงานน

องค์ประกอบหลักของต้นทุนในการดำเนินงานคือ ราคาต่อหน่วยของโครงสร้างพื้นฐาน ความสามารถในการตอบสนองตามอุปสงค์และอุปทาน การสอดส่องเส้นทางสู่ทางเลือกต่างๆ การมีฐานต้นทุนที่ยืดหยุ่น และความโปร่งใส

ประสิทธิภาพของบุคลากร

โดยทั่วไปแล้ว ประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นจากสองปัจจัยหลัก นั่นคือ การไม่ต้องรอโครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิ์ในการเข้าถึงบริการทั้ง 90 รายการของ AWS ที่พร้อมใช้งานเท่าที่คุณต้องการโดยที่คุณไม่ต้องสร้างและคอยบำรุงรักษาเอง อันที่จริง เรามักจะเห็นประสิทธิภาพของบุลากรที่เพิ่มขึ้น 30-50% จากการย้ายข้อมูลขนาดใหญ่

การหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย

การกำจัดความต้องการโปรแกรมฟื้นฟูฮาร์ดแวร์และโปรแกรมบำรุงรักษาต่อเนื่องคือปัจจัยหลักที่ส่งเสริมการหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย เราพบว่าลูกค้าไม่ได้สนใจในต้นทุนและความพยายามที่จำเป็นในการดำเนินวงจรการฟื้นฟูครั้งใหญ่หรือการฟื้นฟูศูนย์ข้อมูล

ความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน

อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว แต่การลดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ขององค์กรจะช่วยลดต้นทุนในการลดความเสี่ยงอีกด้วย AWS มีเขตสัญญาณบริการครอบคลุมทั่วโลกในภูมิภาคกว่า 16 แห่งที่มี Availability Zone (AZ) กว่า 42 แห่ง เพื่อเพิ่มเวลาในการให้บริการ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงอีกด้วย

ความคล่องตัวของธุรกิจ

การย้ายข้อมูลไปยัง AWS Cloud ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในการดำเนินงานโดยรวมได้ ซึ่งช่วยให้คุณตอบสนองต่อภาวะตลาดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านการดำเนินการต่างๆ เช่น การขยับขยายไปยังตลาดแห่งใหม่ การขายสินค้า และการจัดหาสินทรัพย์ที่มีอยู่ซึ่งมอบความได้เปรียบในการแข่งขัน


วิธีการปรับใช้ระบบคลาวด์จะแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ระยะของการปรับใช้ที่อธิบายไว้ ณ ที่นี้อาจเป็นวิธีที่เป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจบางขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการปรับใช้ระบบคลาวด์

หนทางสู่ระบบคลาวด์ของลูกค้ามักจะเกี่ยวข้องกับเฟสทั้งสี่เฟสต่อไปนี้

ในเฟสโปรเจกต์ คุณจะดำเนินโปรเจกต์เพื่อทำความคุ้นเคยและเรียนรู้คุณประโยชน์จากระบบคลาวด์

หลังจากได้เรียนรู้ถึงคุณประโยชน์จากระบบคลาวด์แล้ว จากนั้นคุณจะสร้างรากฐานเพื่อขยายการปรับใช้ระบบคลาวด์ได้ นั่นได้แก่ การสร้างโซนแลนดิ้ง (สภาพแวดล้อมของ AWS แบบหลายบัญชีที่ปลอดภัยและมีการกำหนดค่าไว้ล่วงหน้า), Cloud Center of Excellence (CCoE), รูปแบบการดำเนินงาน และการรับประกันความปลอดภัยและความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ในขั้นตอนนี้ คุณจะย้ายแอปพลิเคชันที่มีอยู่และแอปพลิเคชันที่สำคัญต่องานหรือศูนย์ข้อมูลทั้งหมดไปยังระบบคลาวด์ตามที่คุณประเมินการปรับใช้ของคุณตามสัดส่วนพอร์ตฟอลิโอด้านไอทีของคุณที่เพิ่มขึ้น 

ตอนนี้การดำเนินงานของคุณอยู่บนระบบคลาวด์แล้ว คุณสามารถไปโฟกัสที่การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ โดยใช้ข้อได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นและความสามารถต่างๆ ของ AWS เพื่อเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณโดยเร่งเวลาเข้าสู่ตลาดและเพิ่มความสนไปยังการสร้างนวัตกรรม


อาจมีบางกรณีที่คุณต้องพิจารณาถึงการย้ายข้อมูลดั้งเดิมขนาดใหญ่แยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม เราพบว่าการย้ายข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงองค์กรขนาดใหญ่ รูปแบบที่เราเห็นสำหรับการย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์มักเป็นไปตามวิธีการแบบ 5 เฟส:

กระบวนการย้ายข้อมูล

เฟสที่ 1: การจัดเตรียมการย้ายข้อมูลและการวางแผนธุรกิจ

ในเฟสนี้ คุณจะกำหนดวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมและเริ่มคำนึงถึงประโยชน์ในประเภทต่างๆ ที่คุณจะได้รับ โดยเริ่มจากประสบการณ์พื้นฐานและการพัฒนาแผนทางธุรกิจเบื้องต้นสำหรับการย้ายข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของคุณประกอบกับอายุการใช้งานและสถาปัตยกรรมของแอปพลิเคชันที่คุณมีอยู่ รวมถึงข้อกำจัดต่างๆ ด้วย เรามีคู่ค้ามากมาย เช่น RISC Networks, Atadata, Cloudamize, TSOLogic และ Apptio ที่มีประสบการณ์ในด้านนี้

เฟสที่ 2: การวางแผนและสำรวจพอร์ตโฟลิโอ

เฟสต่อไป คุณต้องทำความเข้าใจในพอร์ตฟอลิโอด้านไอทีของคุณ การอ้างอิงระหว่างแอปพลิเคชัน และเริ่มพิจารณาว่าคุณต้องการใช้กลยุทธ์ในการย้ายข้อมูลประเภทใดเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ในแผนทางธุรกิจของคุณ ด้วยการค้นพบพอร์ตฟอลิโอและวิธีการย้ายข้อมูลดังกล่าว คุณจึงอยู่ในจุดที่เหมาะสำหรับการสร้างแผนทางธุรกิจแบบสมบูรณ์ หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการทำความเข้าใจในพอร์ตฟอลิโอด้านไอทีของคุณ คุณสามารถประสานงานกับคู่ค้าต่างๆ ได้ เช่น RISC Networks, Cloudamize และ Atadata รวมถึงใช้บริการของ AWS Application Discovery Service

เฟสที่ 3 และเฟสที่ 4: การออกแบบ การย้ายข้อมูล และการตรวจสอบความถูกต้องแอปพลิเคชัน

ในเฟสนี้ คุณต้องเปลี่ยนสิ่งที่คุณโฟกัสจากระดับพอร์ตฟอลิโอเป็นระดับแอปพลิเคชัน และคุณต้องออกแบบ ย้ายข้อมูล และตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละแอปพลิเคชัน แต่ละแอปพลิเคชันได้รับการออกแบบ การย้ายข้อมูล และการตรวจสอบความถูกต้องตามหนึ่งในกลยุทธ์ด้านแอปพลิเคชันทั่วไปหกประการ (“The 6 R’s”) เมื่อคุณมีประสบการณ์พื้นฐานจากการย้ายข้อมูลแอปบางตัวและมีแผนการที่องค์กรให้การสนับสนุนได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเร่งความเร็วในการย้ายข้อมูลและขยายขอบเขตดำเนินงาน คู่ค้าต่างๆ เช่น CloudVelox, Atadata, Racemi และ Attuinity สามารถช่วยคุณตรงนี้ได้ รวมถึง AWS Server Migration Service (SMS), AWS Database Migration Service (DMS) และ CloudEndure Migration เช่นกัน

เฟสที่ 5: ดำเนินการ

เมื่อย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันแล้ว ให้คุณทำซ้ำบนรากฐานใหม่ของคุณ ปิดระบบเก่า และทำซ้ำในรูปแบบการปฏิบัติงานอันทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เมื่อคุณย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันมากขึ้น รูปแบบการปฏิบัติงานของคุณจะกลายเป็นกลุ่มบุคคล กระบวนการ และเทคโนโลยีอันมั่นคงถาวรที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามีคู่ค้าต่างๆ มากมาย เช่น AppDynamics, NewRelic และ Dynatrace ที่สามารถช่วยให้คุณทำซ้ำรูปแบบการปฏิบัติงานต่อไปตามการย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์ที่มากขึ้น

องค์กรต่างๆ เริ่มที่จะคำนึงถึงวิธีที่ตนจะย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันในช่วงเฟสที่ 2 ของกระบวนการย้ายข้อมูล ซึ่งจะเกิดขึ้นตอนที่คุณกำหนดสิ่งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของคุณและกลยุทธ์การย้ายข้อมูลสำหรับแต่ละแอปพลิเคชัน วิธีการทั้งหกที่อธิบายไว้โดยละเอียดด้านล่างนี้เป็นกลยุทธ์การย้ายข้อมูลที่มีการใช้งานโดยทั่วไปและสร้างขึ้นตาม “The 5 R’s” ที่ Gartner ร่างเอาไว้ในปี 2011

คุณควรทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนว่ากลยุทธ์การย้ายข้อมูลใดจะเหมาะกับพอร์ตโฟลิโอแต่ละส่วนของคุณมากที่สุด และยังจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาว่า แม้ว่าหนึ่งในกลยุทธ์ทั้งหกอาจเหมาะสมกับการย้ายข้อมูลบางแอปพลิเคชันในพอร์ตฟอลิโอหนึ่ง แต่กลยุทธ์อื่นอาจนำมาใช้ย้ายแอปพลิเคชันอื่นๆ ในพอร์ตฟอลิโอเดียวกันได้ดีกว่า

กลยุทธ์การย้ายข้อมูลแอปพลิเคชัน

1. ปรับเปลี่ยนโฮสต์ (”Lift and Shift”)

ในกรณีของการย้ายข้อมูลเดิมขนาดใหญ่ที่องค์กรกำลังมองหาวิธีปรับใช้การย้ายข้อมูลและการปรับขนาดอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองเหตุผลทางธุรกิจ เราพบว่าแอปพลิเคชันส่วนใหญ่นั้นได้รับการปรับเปลี่ยนโฮสต์ การปรับเปลี่ยนโฮสต์ส่วนใหญ่สามารถทำได้อัตโนมัติโดยใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น AWS SMS แม้ว่าคุณอาจจะอยากปรับเปลี่ยนโฮสต์ด้วยตัวเองหลังจากได้เรียนวิธีการนำระบบเดิมมาใช้บนคลาวด์

และคุณอาจจะพบว่าการปรับสถาปัตยกรรมของแอปนั้นทำได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ในระบบคลาวด์ ที่เป็นแบบนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะองค์กรของคุณได้พัฒนาทักษะที่ยิ่งขึ้นเพื่อดำเนินการดังกล่าว และอีกส่วนคือเป็นเพราะส่วนที่ยาก นั่นก็คือการโอนย้ายแอปพลิเคชัน ข้อมูล และการรับส่งข้อมูลนั้นเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว

2. ปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์ม (”Lift, Tinker and Shift”)

นี่มีส่วนช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบคลาวด์เพื่อให้ได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรมหลักของแอปพลิเคชัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจกำลังมองหาวิธีลดเวลาที่คุณใช้ในการจัดการอินสแตนซ์ฐานข้อมูลโดยการย้ายข้อมูลไปยังบริการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ที่ได้รับการจัดการ เช่น Amazon Relational Database Service (RDS) หรือการย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันไปยังแพลตฟอร์มที่ได้รับการจัดการอย่างเต็มรูปแบบอย่าง AWS Elastic Beanstalk

3. ซื้อซ้ำ (“Drop and Shop”)

นี่คือการตัดสินใจเพื่อย้ายไปยังผลิตภัณฑ์อื่น และหมายความว่าองค์กรของคุณเต็มใจที่จะเปลี่ยนรูปแบบสิทธิ์การใช้งานที่คุณใช้งานอยู่ สำหรับปริมาณงานที่สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่ได้อย่างง่ายดาย กลยุทธ์นี้อาจช่วยให้สามารถอัปเกรดชุดคุณสมบัติได้เพื่อการปรับใช้ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น

4. ปรับเปลี่ยนปัจจัย/ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม

โดยทั่วไปแล้ว นี่จะเป็นการตอบสนองความต้องการทางธุรกิจในการเพิ่มคุณสมบัติ ขนาด หรือประสิทธิภาพที่สามารถทำได้ยากในสภาพแวดล้อมของแอปพลิเคชันเดิมที่มีอยู่ หากองค์กรของคุณกำลังมองหาวิธีเพิ่มความคล่องแคล่วหรือพัฒนาความต่อเนื่องทางธุรกิจโดยย้ายไปยัง สถาปัตยกรรมที่มุ่งเน้นในการบริการ (SOA) กลยุทธ์นี้อาจคุ้มค่าที่จะลอง แม้ว่านี่มักจะเป็นโซลูชันที่แพงที่สุดก็ตาม

5. เลิกใช้

ระบุสินทรัพย์ด้านไอทีที่ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปและสามารถปิดได้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแผนทางธุรกิจของคุณและดึงความสนใจของคุณไปที่การบำรุงรักษาทรัพยากรที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย

6. เก็บรักษา

คุณอาจต้องการที่จะเก็บรักษาบางส่วนของพอร์ตโฟลิโอไอทีเอาไว้ เนื่องจากมีบางแอปพลิเคชันที่คุณยังไม่พร้อมที่จะย้ายและอยากเก็บเอาไว้ในสภาพแวดล้อมองค์กร หรือคุณยังไม่พร้อมที่จะให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชันที่เพิ่งอัปเกรดและต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง


มีเครื่องมือต่างๆ มากมายที่ช่วยให้คุณย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันได้โดยอัตโนมัติได้:

AWS Direct Connect
Amazon Kinesis Firehose

AWS Migration Hub เป็นที่ที่คุณสามารถติดตามข้อมูลความคืบหน้าของการย้ายแอปพลิเคชันใน AWS และโซลูชันของคู่ค้าต่างๆ ได้จากจุดเดียว การใช้ Migration Hub ช่วยให้คุณสามารถเลือกเครื่องมือย้ายข้อมูลของ AWS และคู่ค้าที่เหมาะกับความต้องการของคุณที่สุดได้ และยังช่วยให้คุณเห็นสถานะการย้ายข้อมูลในแอปพลิเคชันที่หลากหลายของคุณได้อีกด้วย นอกจากนี้ Migration Hub ยังมีตัวชี้วัดและระดับความคืบหน้าที่สำคัญสำหรับแต่ละแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือใดในการย้ายข้อมูล

AWS Direct Connect

TSO Logic มอบการแนะนำตามข้อมูลที่แม่นยำเพื่อการประมวลผลด้วยระดับที่ใช่ในราคาที่เหมาะสม การวิเคราะห์แบบพยากรณ์ของเรามอบข้อมูลเชิงลึกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าคุณใช้งานแต่ละแอปพลิเคชันในตำแหน่งที่ดีที่สุด ด้วยซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมพร้อม TCO ที่น้อยที่สุด แม้ว่าสภาพแวดล้อม ตัวเลือกระบบคลาวด์และค่าใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงไป  TSO Logic ช่วยให้คุณพัฒนาเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อเร่งการวางแผนการโอนย้ายของคุณ  

AWS Application Discovery Service ช่วยคุณในการวางแผนสำหรับโปรเจกต์การย้ายข้อมูลโดยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลในองค์กร การวางแผนย้ายศูนย์ข้อมูลอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณงานนับพันที่ส่วนใหญ่จะพึ่งพากันและกันอย่างมาก AWS Application Discovery Service ช่วยรวบรวมและแสดงข้อมูลการกำหนดค่า การใช้งาน และรูปแบบการทำงานจากเซิร์ฟเวอร์ของคุณ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจในปริมาณงานได้ดียิ่งขึ้น

AWS Server Migration Service
AWS Database Migration Service
VMWare Cloud on AWS

AWS Server Migration Service (SMS) เป็นบริการที่ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ซึ่งช่วยให้สามารถย้ายข้อมูลปริมาณงานภายในนับพันไปยัง AWS ได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น AWS SMS ช่วยให้คุณสามารถใช้ระบบอัตโนมัติ กำหนดเวลา และติดตามการจำลองการเพิ่มขึ้นของปริมาณเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถประสานงานการย้ายข้อมูลระดับเซิร์ฟเวอร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 

AWS Server Migration Service

CloudEndure Migration ทำให้การย้ายแอปพลิเคชันต่างๆ จากโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ แบบเสมือน หรือบนระบบคลาวด์ไปยัง AWS ไม่ซับซ้อน รวดเร็วขึ้น และมีความเป็นอัตโนมัติ CloudEndure Migration จะแปลงแอปพลิเคชันใดๆ ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการที่รองรับโดยอัตโนมัติ จึงสามารถใช้ฟังก์ชันเต็มรูปแบบบน AWS โดยไม่มีปัญหาด้านความเข้ากันได้ ระหว่างขั้นตอนการจำลอง แอปพลิเคชันของคุณจะยังทำงานที่ต้นทางโดยไม่มีเวลาหยุดทำงานหรือการหยุดชะงัก หลังช่วงเคลื่อนย้ายขั้นต่ำ เซิร์ฟเวอร์ที่คุณย้ายมาแล้วจะทำงานบน AWS แบบเนทีฟ

AWS Database Migration Service (DMS) ช่วยให้คุณย้ายฐานข้อมูลไป AWS ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยฐานข้อมูลต้นทางจะยังคงปฏิบัติงานอย่างเต็มระบบในระหว่างที่ย้าย ทำให้ลดเวลาหยุดทำงานของแอปพลิเคชันที่ใช้ฐานข้อมูลดังกล่าว AWS Database Migration Service สามารถย้ายข้อมูลของคุณไปยังและจากฐานข้อมูลแบบเพื่อการค้าและแบบโอเพนซอร์สที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

VMware Cloud on AWS คือข้อเสนอระบบคลาวด์แบบผสานรวมที่ AWS และ VMware ร่วมกันพัฒนาเพื่อมอบบริการที่สามารถปรับขนาดได้อย่างหลากหลาย มีความปลอดภัย และเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถย้ายและขยายสภาพแวดล้อม VMware บน vSphere แบบองค์กรไปยัง AWS Cloud ที่ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน Bare Metal ของ Amazon Elastic Compute Cloud (Amazon EC2) รุ่นใหม่ได้อย่างราบรื่น  VMware Cloud on AWS เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจด้านการดำเนินการและโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่กำลังต้องการย้ายปริมาณงานบน vSphere ในองค์กรไปยังระบบคลาวด์สาธารณะ หรือกำลังต้องการรวมและขยายความจุของศูนย์ข้อมูล ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความยุ่งยาก และเพิ่มความทันสมัยให้โซลูชันการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติ  VMware Cloud on AWS นั้นมีให้บริการ วางจำหน่าย และมีการรับรองจากทั่วโลกโดย VMware และคู่ค้า

S3 Transfer Acceleration

Amazon S3 Transfer Acceleration ช่วยให้ถ่ายโอนอินเทอร์เน็ตแบบสาธารณะไปยัง Amazon S3 ได้รวดเร็วขึ้น คุณสามารถเพิ่มแบนด์วิธสูงสุดของคุณได้โดยต้องไม่คำนึงถึงระยะทางหรือสภาพอินเทอร์เน็ต และไม่มีไคลเอ็นต์พิเศษหรือโปรโตคอลเครือข่ายที่เป็นกรรมสิทธิ์ เร่งความเร็วโดยอัตโนมัติเพียงเปลี่ยนตำแหน่งข้อมูลที่คุณใช้กับบัคเก็ต S3 ของคุณ

AWS Snowball

AWS Snowball คือบริการขนส่งข้อมูลขนาดเพตะไบต์ที่ใช้อุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยในการถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมากเข้าและออกจาก AWS การใช้ Snowball ช่วยแก้ปัญหาที่พบได้บ่อยๆ ในการถ่ายโอนข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ค่าใช้จ่ายเครือข่ายสูง ระยะเวลาในการถ่ายโอนที่ยาวนาน และข้อกังวลด้านความปลอดภัย

AWS Snowmobile

AWS Snowmobile คือบริการถ่ายโอนข้อมูลขนาดเอกซะไบต์ที่ใช้ในการย้ายข้อมูลปริมาณมหาศาลไปยัง AWS คุณสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้สูงสุด 100PB ต่อ Snowmobile ซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งที่คงทนยาว 45 ฟุตที่ลากด้วยรถเทรลเลอร์ Snowmobile ทำให้การย้ายข้อมูลปริมาณมหาศาล ได้แก่ ไลบรารีวิดีโอ คลังเก็บภาพ หรือแม้แต่การโยกย้ายศูนย์ข้อมูลทั้งหมดไปยังคลาวด์เป็นเรื่องง่าย

AWS Direct Connect
Amazon Kinesis Firehose

AWS Direct Connect ช่วยให้คุณสามารถสร้างการเชื่อมต่อเครือข่ายเฉพาะระหว่างเครือข่ายของคุณกับหนึ่งในตำแหน่งของ AWS Direct Connect ด้วยการใช้ VLAN ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม 802.1q การเชื่อมต่อเฉพาะนี้จึงสามารถแบ่งพาร์ติชั่นออกเป็นอินเทอร์เฟซเสมือนหลายอินเทอร์เฟซได้ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถใช้การเชื่อมต่อเดียวกันเพื่อเข้าถึงทรัพยากรสาธารณะ เช่น ออบเจ็กต์ที่เก็บไว้ใน Amazon S3 โดยใช้พื้นที่ที่อยู่ IP สาธารณะ และทรัพยากรส่วนตัว เช่นอินสแตนซ์ Amazon EC2 ที่ทำงานภายใน Amazon Virtual Private Cloud (VPC) โดยใช้พื้นที่ IP ส่วนตัว ขณะเดียวกันก็คงการแยกเครือข่ายระหว่างสภาพแวดล้อมสาธารณะและสภาพแวดล้อมส่วนตัวไว้ อินเทอร์เฟซเสมือนสามารถกำหนดค่าใหม่ได้ตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของคุณ

Amazon Kinesis Firehose คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการโหลดข้อมูลการสตรีมไปยัง AWS บริการนี้สามารถบันทึกและโหลดข้อมูลการสตรีมเข้าไปใน Amazon S3 และ Amazon Redshift ได้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้วิเคราะห์ข้อมูลแบบเกือบจะเรียลไทม์ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจและแดชบอร์ดที่คุณใช้งานอยู่ทุกวันนี้ได้ นี่เป็นบริการที่ได้รับการจัดการอย่างครบครันที่สามารถปรับขนาดเพื่อให้เข้ากับปริมาณการประมวลผลของข้อมูลของคุณได้โดยอัตโนมัติและไม่จำเป็นต้องคอยจัดการอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถจัดกลุ่ม บีบอัด และเข้ารหัสข้อมูลก่อนโหลดได้ ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้งานพื้นที่จัดเก็บ ณ ปลายทางได้และช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย คุณสามารถสร้างสตรีมการส่งมอบ Firehose จาก AWS Management Console กำหนดค่าเพียงแค่คลิกไม่กี่ครั้ง และเริ่มส่งข้อมูลไปยังสตรีมจากแหล่งข้อมูลนับร้อยนับพันที่จะโหลดต่อไปยัง AWS ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

บริษัทใหญ่บางแห่งทำการย้ายแอปพลิเคชันกว่า 2,000 แอปพลิเคชันซึ่งในนี้มีผู้จัดจำหน่ายถึง 600 รายขึ้นไป ในกระบวนการนี้ บริษัททั้งหลายต่างใช้เวลาหลายชั่วโมง สัปดาห์ หรือหลายเดือนจนนับไม่ถ้วนในการทำสัญญาและการประเมินสิทธิ์เพื่อย้ายซอฟต์แวร์ปัจจุบัน

AWS Marketplace ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซอฟต์แวร์ได้จากรายการซอฟต์แวร์กว่า 3,500 รายการที่คู่ค้าด้านเทคโนโลยีของเรากว่า 1,100 รายเสนอให้เพื่อให้การย้ายข้อมูลง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น Marketplace มีข้อเสนอ Bring-Your-Own-License (BYOL) กว่า 400 รายการซึ่งช่วยให้มีการจัดเตรียมที่รวดเร็วและการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการควบคุมให้เหมาะสมที่ลูกค้าอาจมีอยู่แล้วในส่วนต่างๆ เช่น การรักษาความปลอดภัย เครือข่าย พื้นที่จัดเก็บ BI และฐานข้อมูล ฯลฯ

สำรวจ AWS Marketplace

AWS Marketplace


AWS Migration Acceleration Program (MAP) ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือองค์กรที่มุ่งมั่นที่จะดำเนินการย้ายข้อมูลเพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ทางธุรกิจเหล่านี้โดยการย้ายปริมาณงานที่มีอยู่ไปยัง Amazon Web Services ซึ่งรวมถึงระเบียบวิธีการย้ายข้อมูลสำหรับการดำเนินการย้ายข้อมูลเดิมตามระเบียบวิธี พร้อมมีชุดเครื่องมือมากประสิทธิภาพต่างๆ ในการดำเนินการโดยอัตโนมัติและเร่งความเร็วการย้ายข้อมูลทั่วไป

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS Migration Acceleration Program »

AWS MAP
AWS CAF

เราได้นำการเรียนรู้ในเชิงลึกจากการมีส่วนร่วมของลูกค้าจำนวนมากและสร้าง AWS Cloud Adoption Framework (AWS CAF) ขึ้นมาเพื่อช่วยองค์กรพัฒนาแผนการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสำหรับการปรับใช้ระบบคลาวด์ คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่กำหนดไว้ในเฟรมเวิร์กจะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างแนวทางอันครอบคลุมสำหรับการประมวลผลบนระบบคลาวด์ในองค์กรของคุณ รวมถึงตลอดการใช้งานด้านไอทีของคุณด้วย ในระดับสูงสุด AWS CAF ได้แบ่งคำแนะนำออกเป็นขอบเขตที่ควรมุ่งเน้นทั้งหกขอบเขต เราเรียกขอบเขตที่ควรมุ่งเน้นเหล่านี้ว่ามุมมอง

โดยทั่วไปแล้ว มุมมองด้านธุรกิจ ผู้คน และการกำกับดูแลจะมุ่งเน้นด้านความสามารถทางธุรกิจ แต่มุมมองด้านแพลตฟอร์ม การรักษาความปลอดภัย และการดำเนินงานจะมุ่งเน้นด้านความสามารถทางเทคนิค การระบุช่องโหว่งบนทักษะและกระบวนการระหว่างสภาพแวดล้อมด้านไอทีในปัจจุบันและสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ในอนาคตนี้เองจึงทำให้องค์กรสามารถสร้างแผนดำเนินการที่ออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่เหล่านี้ได้

ดาวน์โหลดเอกสารรายงานภาพรวมของ AWS CAF »

องค์กรที่ดำเนินการย้ายข้อมูลไปยัง AWS จำเป็นต้องมีความชำนาญ เครื่องมือ และการจัดแนวกลยุทธ์ด้านธุรกิจและด้านไอที หลายๆ องค์กรสามารถเร่งความเร็วในการย้ายข้อมูลและเวลาในการประมวลผลลัพธ์ของตนได้ผ่านการร่วมงานกับคู่ค้า AWS Partner Competency Program ช่วยตรวจสอบยืนยันคู่ค้าที่เห็นแล้วว่าสามารถช่วยให้ลุกค้าได้รับประโยชน์จากบริการ AWS ได้

AWS Migration Competency Partners มีโซลูชันหรือประสบการณ์เชิงลึกที่สามารถช่วยธุรกิจในการย้ายแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานเดิมไปยัง AWS ผ่านโปรเจกต์การย้ายข้อมูลที่ซับซ้อนในทุกๆ ด้าน ได้แก่ การค้นพบ การวางแผน การย้าย และการดำเนินการ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS Migration Competency Partners »

คู่ค้าของ AWS
บริการระดับมืออาชีพของ AWS

ทีมบริการระดับมืออาชีพของ AWS มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์และได้ช่วยเหลือลูกค้าองค์กรและสถาบันของรัฐนับร้อยในการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจในทุกขั้นตอนของการปรับใช้ AWS ด้วยการดำเนินงานในกว่า 20 ประเทศ ทีมนี้จึงมีความพร้อมระดับโลกและมีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเพื่อคอยช่วยเหลือองค์กรของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทีมบริการระดับมืออาชีพของ AWS

แม้ว่าจะการย้ายข้อมูลที่ประสบความสำเร็จในแต่ละครั้งจะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เหมือนกัน แต่กลับไม่มีโซลูชันใดที่ใช้ได้กับทุกระบบและเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เราผ่านประสบการณ์ในการช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ย้ายพอร์ตฟอลิโอด้านไอทีของตนไปยังระบบคลาวด์ และได้พัฒนา eBook ที่มีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ลูกค้าเล็งเห็นว่ามีประโยชน์

ดาวน์โหลด eBook การย้ายข้อมูลไปยัง AWS »

AWS eBook
บล็อกคอลเลกชันองค์กรของ AWS

บล็อกคอลเลกชันองค์กรของ AWS คือชุดบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับใช้การประมวลผลบนระบบคลาวด์ขององค์กร บทความเหล่านี้ประกอบด้วยแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด คำแนะนำ และคำบอกเล่าจากผู้นำ AWS และลูกค้า AWS โดยตรงเกี่ยวกับประสบการณ์ในการประมวลผลบนระบบคลาวด์

เริ่มติดตามตั้งแต่วันนี้ »

ติดต่อเรา