เหตุผลอันดับแรกที่พวกเขาเลือกที่จะย้ายไปยังระบบคลาวด์ซึ่งเรามักจะได้ยินอยู่เสมอคือ ความคล่องแคล่วและความรวดเร็วในการย้ายข้อมูล คุณสามารถที่จะเร่งความเร็วเซิร์ฟเวอร์นับพันได้ในไม่กี่นาทีแทนที่จะใช้เวลานานถึง 10-18 สัปดาห์ด้วยการประมวลผลบนระบบคลาวด์ ซึ่งมักนำไปใช้ในการเร่งความเร็วเซิร์ฟเวอร์ที่มีการใช้งานภายใน AWS Cloud มีบริการต่างๆ มากกว่า 90 รายการที่อยู่เพียงปลายนิ้วของคุณ ตั้งแต่การประมวลผล พื้นที่จัดเก็บ และฐานข้อมูล ไปจนถึงการผสานรวมต่อเนื่อง การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถนำแนวคิดต่างๆ มาปรับใช้จริงได้ในเวลาไม่กี่วินาทีแทนที่จะใช้เวลาเป็นเดือนๆ

ยังมีอีกหลายเหตุที่ว่าเหตุใดลูกค้าจึงย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์ บางครั้ง ลูกค้าย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์เพื่อเพิ่มผลผลิตของกำลังแรงงานของตน เรายังเห็นถึงบริษัทอีกมากมายที่มีการรวบรวมศูนย์ข้อมูลหรือการย้ายโพรเจกต์ไปยังระบบคลาวด์ โดยเฉพาะบริษัทที่กำลังจัดเตรียมการเข้าซื้อกิจการ การขายกิจการ หรือมีการขยายโครงสร้างพื้นฐานมาเรื่อยๆ หลายปี นอกจากนั้นยังมีบริษัทอีกมากมายที่กำลังสร้างแนวคิดใหม่เกี่ยวกับธุรกิจของตนโดยใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการแปลงข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่ และที่แน่นอนคือ องค์กรต่างๆ มักมองหาวิธีในการเพิ่มกำไรสุทธิโดยลดต้นทุน


AWS มีลูกค้าใช้บริการกว่าล้านคนในทุกๆ เดือน และทุกภาคส่วนธุรกิจแนวตั้งในองค์กรก็ใช้ AWS ได้อย่างมีคุณประโยชน์ ในบริการด้านการเงิน คือ Capital One, Intuit, FINRA และ Barclays ในด้านการดูแลสุขภาพ เรามี Johnson & Johnson, Merck, Pfizer และ Bristol Myers Squibb ในธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ก็มี Shell, BP และ Hess ในอุตสาหกรรมการผลิต เรามีลูกค้ามากมาย เช่น GE, Philips และ Schneider Electric รวมถึง Netflix, Samsung, Adobe และ Autodesk อีกด้วยในด้านเทคโนโลยี

ทุกองค์กรจะมีเหตุผลและข้อจำกัดในแบบของตน แต่เราได้เห็นสิ่งขับเคลื่อนทั่วไปที่ลูกค้าจะนำไปใช้ในการย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์อยู่เสมอ

ต้นทุนในการดำเนินงาน

องค์ประกอบหลักของต้นทุนในการดำเนินงานคือ ราคาต่อหน่วยของโครงสร้างพื้นฐาน ความสามารถในการตอบสนองตามอุปสงค์และอุปทาน การหาเส้นทางสู่ทางเลือก การใช้ฐานต้นทุนที่ยืดหยุ่น และความโปร่งใส

ผลผลิตของกำลังแรงงาน

โดยทั่วไปแล้ว ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นได้ด้วยสองปัจจัยนั่นคือ การไม่ต้องรอโครงสร้างพื้นฐาน และการมีสิทธิ์เข้าถึงบริการทั้ง 90 รายการของ AWS ที่พร้อมให้บริการคุณตลอดเวลาซึ่งสิ่งที่คุณจะต้องทำคือ สร้างและบำรุงรักษา อันที่จริง เป็นเรื่องทั่วไปสำหรับเราที่จะเห็นถึงการพัฒนาผลผลิตของกำลังแรงงาน 30-50% จากการย้ายข้อมูลขนาดใหญ่

การหลีกเลี่ยงต้นทุน

การกำจัดความต้องการโปรแกรมฟื้นฟูฮาร์ดแวร์และโปรแกรมบำรุงรักษาต่อเนื่องคือ ปัจจัยส่งเสริมหลักในการหลีกเลี่ยงต้นทุน เราพบว่าลูกค้าไม่ให้ความสนใจในต้นทุนและความพยายามที่จำเป็นในการดำเนินวงจรการฟื้นฟูครั้งใหญ่หรือการฟื้นฟูศูนย์ข้อมูล

ความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน

อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว แต่การลดโปรไฟล์ความเสี่ยงขององค์กรจะช่วยลดต้นทุนในการลดความเสี่ยงอีกด้วย AWS มีเขตสัญญาณบริการครอบคลุมทั่วโลกในภูมิภาคกว่า 16 แห่งที่มี Availability Zone (AZ) กว่า 42 แห่ง เพื่อเพิ่มเวลาในการให้บริการ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงอีกด้วย

ความคล่องตัวของธุรกิจ

การย้ายข้อมูลไปยัง AWS Cloud ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในการดำเนินงานโดยรวมได้ ซึ่งช่วยให้คุณตอบสนองต่อภาวะตลาดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านการดำเนินการต่างๆ เช่น การขยับขยายไปยังตลาดใหม่ การขายสินค้า และการจัดหาสินทรัพย์ที่มีอยู่ซึ่งมีความได้เปรียบในการแข่งขัน


วิธีในการปรับใช้ระบบคลาวด์จะแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ระยะของการปรับใช้ที่อธิบายไว้ ณ ที่นี้อาจเป็นวิธีที่เป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจบางขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการปรับใช้ระบบคลาวด์

หนทางสู่ระบบคลาวด์ของลูกค้ามักจะเกี่ยวข้องกับเฟสทั้งสี่เฟสต่อไปนี้

ในเฟสโพรเจกต์ คุณจะดำเนินโพรเจกต์เพื่อทำความคุ้นเคยและเรียนรู้คุณประโยชน์จากระบบคลาวด์

หลังจากได้เรียนรู้คุณประโยชน์จากระบบคลาวด์แล้ว จากนั้นคุณจะสร้างรากฐานในการขยายการปรับใช้ระบบคลาวด์ ซึ่งได้แก่ การสร้างโซนแลนดิ้ง (สภาพแวดล้อมของ AWS แบบหลายบัญชีที่ปลอดภัยและมีการกำหนดค่าไว้ล่วงหน้า), Cloud Center of Excellence (CCoE), รูปแบบการดำเนินงาน และการรับประกันความปลอดภัยและความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ในขั้นตอนนี้ คุณจะย้ายแอปพลิเคชันที่มีอยู่และแอปพลิเคชันที่สำคัญต่องานหรือศูนย์ข้อมูลทั้งหมดไปยังระบบคลาวด์ตามที่คุณประเมินการปรับใช้ของคุณในส่วนทรัพย์สินด้านไอทีของคุณที่เพิ่มขึ้น 

ตอนนี้การดำเนินงานของคุณอยู่บนระบบคลาวด์แล้ว คุณสามารถที่จะมุ่งเน้นในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ได้โดยใช้ข้อได้เปรียบในความยืดหยุ่นและความสามารถต่างๆ ของ AWS ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณโดยเร่งเวลาเข้าสู่ตลาดและเพิ่มการให้ความสนใจในการสร้างนวัตกรรม


อาจมีบางกรณีที่คุณต้องพิจารณาถึงการย้ายข้อมูลเดิมขนาดใหญ่แยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม เราพบว่าการย้ายข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงองค์กรขนาดใหญ่ รูปแบบที่เราเห็นในการย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์มักเป็นไปตามวิธีการแบบ 5 เฟส:

กระบวนการย้ายข้อมูล

เฟสที่ 1: การจัดเตรียมการย้ายข้อมูลและการวางแผนธุรกิจ

ในเฟสนี้ คุณจะกำหนดวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมและเริ่มคิดคำนึงถึงประเภทคุณประโยชน์ที่คุณจะได้เห็น โดยเริ่มจากประสบการณ์พื้นฐานและการพัฒนาแผนทางธุรกิจเบื้องต้นสำหรับการย้ายข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องอ้างอิงตามวัตถุประสงค์ของคุณควบคู่กับอายุการใช้งานและสถาปัตยกรรมของแอปพลิเคชันที่คุณมีอยู่ รวมถึงข้อกำจัดต่างๆ ด้วย เรามีคู่ค้ามากมาย เช่น RISC Networks, Atadata, Cloudamize, TSOLogic และ Apptio ที่มีประสบการณ์ในด้านนี้

เฟสที่ 2: การวางแผนและสำรวจพอร์ตโฟลิโอ

เฟสต่อไป คุณต้องทำความเข้าใจในทรัพย์สินด้านไอทีของคุณ การอ้างอิงระหว่างแอปพลิเคชัน และเริ่มพิจารณาว่าคุณต้องการใช้กลยุทธ์ในการย้ายข้อมูลประเภทใดเพื่อตอบสนองตามวัตถุประสงค์ในแผนทางธุรกิจของคุณ ด้วยการค้นพบทรัพย์สินและวิธีการย้ายข้อมูลดังกล่าว คุณจึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีต่อการสร้างแผนทางธุรกิจแบบสมบูรณ์ หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการทำความเข้าใจในทรัพย์สินด้านไอทีของคุณ คุณสามารถประสานงานกับคู่ค้าต่างๆ ได้ เช่น RISC Networks, Cloudamize และ Atadata รวมถึงใช้บริการของ AWS Application Discovery Service

เฟสที่ 3 และเฟสที่ 4: การออกแบบ การย้ายข้อมูล และการตรวจสอบความถูกต้องแอปพลิเคชัน

ในเฟสนี้ คุณต้องเปลี่ยนสิ่งที่คุณมุ่งเน้นจากระดับทรัพย์สินเป็นระดับแอปพลิเคชัน และคุณต้องออกแบบ ย้ายข้อมูล และตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละแอปพลิเคชัน แต่ละแอปพลิเคชันได้รับการออกแบบ การย้ายข้อมูล และการตรวจสอบความถูกต้องตามหนึ่งในกลยุทธ์ด้านแอปพลิเคชันทั่วไปหกประการ (“The 6 R’s”) เมื่อคุณมีประสบการณ์พื้นฐานจากการย้ายข้อมูลแอปบางตัวและมีแผนที่องค์กรให้การสนับสนุนได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเร่งความเร็วในการย้ายข้อมูลและดำเนินการประเมิน คู่ค้าต่างๆ เช่น Cloudendure, CloudVelox, Atadata, Racemi และ Attuinity สามารถช่วยคุณได้ รวมถึง AWS Server Migration Service (SMS) และ AWS Database Migration Service (DMS) ด้วยเช่นกัน

เฟสที่ 5: ดำเนินการ

เมื่อทำการย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันแล้ว ให้คุณเน้นย้ำในรากฐานใหม่ของคุณ ปิดระบบเก่า และเน้นย้ำในรูปแบบการทำงานอันทันสมัยอย่างต่อเนื่อง หากคุณย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันมากขึ้น รูปแบบการทำงานของคุณจะกลายเป็นกลุ่มบุคคล กระบวนการ และเทคโนโลยีอันมั่นคงถาวรที่คอยพัฒนาอยู่เสมอ เรามีคู่ค้าต่างๆ มากมาย เช่น AppDynamics, NewRelic และ Dynatrace ที่สามารถช่วยคุณในการเน้นย้ำในรูปแบบการทำงานของคุณได้ต่อไปตามที่คุณได้ย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์มากขึ้น

องค์กรต่างๆ เริ่มที่จะคำนึงถึงวิธีที่ตนจะย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันระหว่างเฟสที่ 2 ของกระบวนการย้ายข้อมูล ซึ่งจะเกิดขึ้นตอนที่คุณกำหนดสิ่งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของคุณและกลยุทธ์การย้ายข้อมูลสำหรับแต่ละแอปพลิเคชัน วิธีการทั้งหกประการที่อธิบายไว้โดยละเอียดด้านล่างนี้เป็นกลยุทธ์การย้ายข้อมูลทั่วไปที่นำไปใช้และสร้างขึ้นตาม “The 5 R’s” ที่ Gartner ระบุเอาไว้ในปี 2011

คุณควรทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนว่ากลยุทธ์การย้ายข้อมูลใดเหมาะสมกับพอร์ตโฟลิโอแต่ละส่วนของคุณ นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องสำคัญในการพิจารณาว่า ขณะที่หนึ่งในกลยุทธ์ทั้งหกประการอาจเหมาะสมกับการย้ายข้อมูลบางแอปพลิเคชันในทรัพย์สินที่ได้รับ แต่กลยุทธ์อื่นอาจทำงานได้ดีกว่าในการย้ายแอปพลิเคชันอื่นๆ ในทรัพย์สินเดียวกัน

กลยุทธ์การย้ายข้อมูลแอปพลิเคชัน

1. ปรับเปลี่ยนโฮสต์ (”Lift and Shift”)

ในกรณีของการย้ายข้อมูลเดิมขนาดใหญ่ที่องค์กรกำลังพยายามนำการย้ายข้อมูลและการปรับขนาดไปใช้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองตามแผนทางธุรกิจ เราพบว่าแอปพลิเคชันส่วนใหญ่นั้นได้รับการปรับเปลี่ยนโฮสต์ การปรับเปลี่ยนโฮสต์ส่วนใหญ่สามารถทำได้อัตโนมัติโดยใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น AMS SMS อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้คุณทำด้วยตนเอง เนื่องจากคุณจะได้เรียนรู้วิธีการนำระบบเดิมของคุณไปใช้กับระบบคลาวด์

นอกจากนั้น คุณอาจจะพบว่าคุณสามารถปรับสถาปัตยกรรมของแอปพลิเคชันใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้นถ้าแอปพลิเคชันเหล่านั้นทำงานบนระบบคลาวด์อยู่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าองค์กรของคุณจะมีทักษะที่ดีกว่าซึ่งได้รับการพัฒนามาเพื่อดำเนินการดังกล่าว และเนื่องจากได้ดำเนินการส่วนที่ยากในการย้ายข้อมูล แอปพลิเคชัน และปริมาณการใช้งานสำเร็จแล้ว

2. ปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์ม (”Lift, Tinker and Shift”)

กลยุทธ์นี้ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบคลาวด์เพื่อให้ได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมโดยไม่ต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรมหลักของแอปพลิเคชัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจกำลังพยายามที่จะลดเวลาที่คุณใช้ในการจัดการอินสแตนซ์ฐานข้อมูลโดยการย้ายข้อมูลไปยังบริการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ที่ได้รับการจัดการ เช่น Amazon Relational Database Service (RDS) การย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันไปยังแพลตฟอร์มที่ได้รับการจัดการอย่างเต็มรูปแบบอย่าง AWS Elastic Beanstalk

3. ซื้อใหม่ (“Drop and Shop”)

กลยุทธ์นี้เป็นการตัดสินใจที่จะย้ายไปยังผลิตภัณฑ์อื่น และหมายความว่าองค์กรของคุณเต็มใจที่จะเปลี่ยนรูปแบบสิทธิการใช้งานที่คุณใช้งานอยู่ สำหรับปริมาณงานที่สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่ได้อย่างง่ายดาย กลยุทธ์นี้อาจช่วยให้สามารถอัปเกรดชุดคุณสมบัติได้และมีการนำไปใช้งานที่ราบรื่นมากขึ้น

4. ปรับเปลี่ยนปัจจัย/ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม

โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจที่นำกลยุทธ์นี้ไปใช้จะเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งต้องการที่จะเพิ่มคุณสมบัติ ขนาด หรือประสิทธิภาพที่สามารถทำได้ยากในสภาพแวดล้อมของแอปพลิเคชันที่มีอยู่ หากองค์กรของคุณกำลังพยายามที่จะเพิ่มความคล่องแคล่วหรือพัฒนาความต่อเนื่องทางธุรกิจโดยย้ายไปยัง สถาปัตยกรรมที่มุ่งเน้นในการบริการ (SOA) กลยุทธ์นี้อาจน่าสนใจ ถึงแม้จะเป็นโซลูชันที่แพงที่สุดก็ตาม

5. ถอนออก

การระบุทรัพย์สินด้านไอทีที่ไม่มีคุณประโยชน์อีกต่อไปและสามารถปิดลงได้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแผนทางธุรกิจของคุณและดึงความสนใจของคุณไปที่การบำรุงรักษาทรัพยากรที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย

6. เก็บรักษา

คุณอาจต้องการที่จะเก็บรักษาบางส่วนของพอร์ตโฟลิโอไอทีเอาไว้ เนื่องจากมีบางแอปพลิเคชันที่คุณยังไม่พร้อมที่จะย้ายและอยากเก็บเอาไว้ในระบบภายใน หรือคุณยังไม่พร้อมที่จะให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชันที่เพิ่งอัปเกรดแล้วจะต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง


มีเครื่องมือต่างๆ มากมายที่จะช่วยคุณในการย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันได้โดยอัตโนมัติ:

AWS Direct Connect
Amazon Kinesis Firehose

AWS Migration Hub เป็นที่ที่คุณสามารถติดตามข้อมูลความคืบหน้าของการย้ายแอปพลิเคชันใน AWS และโซลูชันของคู่ค้าต่างๆ ได้จากจุดเดียว การใช้ Migration Hub ช่วยให้คุณสามารถเลือกเครื่องมือย้ายข้อมูลของ AWS และคู่ค้าที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณที่สุดได้ และยังช่วยให้คุณสามารถดูสถานะของการย้ายข้อมูลในแอปพลิเคชันของคุณได้ นอกจากนั้น Migration Hub ยังมีตัวชี้วัดและระดับความคืบหน้าที่สำคัญสำหรับแต่ละแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือใดในการย้ายข้อมูล

AWS Application Discovery Service ช่วยคุณในการวางแผนสำหรับโพรเจกต์การย้ายข้อมูลโดยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลภายใน การวางแผนย้ายศูนย์ข้อมูลอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณงานนับพันที่ส่วนใหญ่จะพึ่งพากันและกันอย่างมาก AWS Application Discovery Service ช่วยรวบรวมและแสดงข้อมูลการกำหนดค่า การใช้งาน และรูปแบบการทำงานจากเซิร์ฟเวอร์ของคุณ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจในปริมาณงานได้ดียิ่งขึ้น

AWS Server Migration Service
AWS Database Migration Service
VMware Cloud on AWS

AWS Server Migration Service (SMS) เป็นบริการที่ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ซึ่งช่วยให้สามารถย้ายข้อมูลปริมาณงานภายในนับพันไปยัง AWS ได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น AWS SMS ช่วยให้คุณสามารถดำเนินการโดยอัตโนมัติ กำหนดเวลา และติดตามการจำลองการเพิ่มขึ้นของปริมาณเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถประสานงานการย้ายข้อมูลระดับเซิร์ฟเวอร์

AWS Database Migration Service (DMS) ช่วยให้คุณย้ายฐานข้อมูลไป AWS ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยฐานข้อมูลต้นทางจะยังคงปฏิบัติงานอย่างเต็มระบบในระหว่างที่โยกย้าย ทำให้ลดเวลาการหยุดทำงานของแอปพลิเคชันที่ใช้ฐานข้อมูลดังกล่าว AWS Database Migration Service สามารถย้ายข้อมูลของคุณไปยังและจากฐานข้อมูลแบบโอเพนซอร์สและแบบเพื่อการค้าส่วนใหญ่ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

ณ ปัจจุบันใน Technology Preview บริการ VMware Cloud on AWS จะเป็นโซลูชันใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเปิดใช้งานปริมาณงาน VMware บน AWS Cloud ได้อย่างง่ายดาย ลูกค้าจะสามารถใช้งานการจัดรูปแบบการแสดงข้อมูลของ VMware และซอฟต์แวร์การจัดการได้เพื่อปรับใช้และจัดการปริมาณงาน VMware ในสภาพแวดล้อมภายในและบน AWS ทั้งหมดได้อย่างราบรื่น ข้อเสนอใหม่นี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนกับทักษะและเครื่องมือของ VMware เพื่อจะได้รับประโยชน์จากความยืดหยุ่นและความคุ้มค่าของ AWS Cloud ได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น

S3 Transfer Acceleration

Amazon S3 Transfer Acceleration ช่วยให้ถ่ายโอนอินเทอร์เน็ตสาธารณะไปยัง Amazon S3 ได้เร็วขึ้น คุณสามารถเพิ่มแบนด์วิธสูงสุดของคุณได้โดยต้องไม่คำนึงถึงระยะทางหรือสภาพอินเทอร์เน็ต และไม่มีไคลเอ็นต์พิเศษหรือโปรโตคอลเครือข่ายที่เป็นกรรมสิทธิ์ เพียงแค่เปลี่ยนจุดปลายทางที่คุณใช้เป็นบักเก็ต S3 ของคุณ และจะดำเนินการเร่งความเร็วโดยอัตโนมัติ

AWS Snowball

AWS Snowball คือบริการขนส่งข้อมูลขนาดเพตะไบต์ที่ใช้อุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยในการถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมากเข้าและออกจาก AWS การใช้ Snowball ช่วยแก้ปัญหาที่พบได้บ่อยๆ ในการถ่ายโอนข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ค่าใช้จ่ายเครือข่ายสูง ระยะเวลาในการถ่ายโอนที่ยาวนาน และข้อกังวลด้านความปลอดภัย

AWS Snowmobile

AWS Snowmobile คือบริการถ่ายโอนข้อมูลขนาดเอกซะไบต์ที่ใช้ในการย้ายข้อมูลปริมาณมหาศาลไปยัง AWS คุณสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้สูงสุด 100PB ต่อ Snowmobile ซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งที่คงทนยาว 45 ฟุตที่ลากด้วยรถเทรลเลอร์ Snowmobile ทำให้การย้ายข้อมูลปริมาณมหาศาล ได้แก่ ไลบรารีวิดีโอ คลังเก็บภาพ หรือแม้แต่การโยกย้ายศูนย์ข้อมูลทั้งหมดไปยังคลาวด์เป็นเรื่องง่าย

AWS Direct Connect
Amazon Kinesis Firehose

AWS Direct Connect ช่วยให้คุณสามารถสร้างการเชื่อมต่อเครือข่ายเฉพาะระหว่างเครือข่ายของคุณและหนึ่งในตำแหน่งของ AWS Direct Connect ด้วยการใช้ VLAN ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม 802.1q การเชื่อมต่อเฉพาะนี้จึงสามารถแบ่งพาร์ติชั่นออกเป็นอินเทอร์เฟซเสมือนหลายอินเทอร์เฟซได้ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถใช้การเชื่อมต่อเดียวกันเพื่อเข้าถึงทรัพยากรสาธารณะ เช่น ออบเจ็กต์ที่เก็บไว้ใน Amazon S3 โดยใช้พื้นที่ที่อยู่ IP สาธารณะ และทรัพยากรส่วนตัว เช่น Amazon EC2 instance ที่ทำงานภายใน Amazon Virtual Private Cloud (VPC) โดยใช้พื้นที่ IP ส่วนตัว ขณะเดียวกันก็คงการแยกเครือข่ายระหว่างสภาพแวดล้อมสาธารณะและสภาพแวดล้อมส่วนตัว อินเทอร์เฟซเสมือนสามารถกำหนดค่าใหม่ได้ตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของคุณ

Amazon Kinesis Firehose คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการโหลดข้อมูลการสตรีมไปยัง AWS โดยสามารถเก็บบันทึกและโหลดข้อมูลการสตรีมไปยัง Amazon S3 และ Amazon Redshift ได้อัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้สามารถดำเนินการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ได้ด้วยเครื่องมือและแดชบอร์ดข้อมูลเชิงธุรกิจที่คุณใช้งานอยู่ปัจจุบัน ซึ่งเป็นบริการที่ได้รับการจัดการอย่างครบครันที่สามารถปรับขนาดเพื่อให้ตรงกับปริมาณของข้อมูลของคุณได้โดยอัตโนมัติและไม่จำเป็นต้องคอยจัดการอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถจัดกลุ่ม บีบอัด และเข้ารหัสข้อมูลก่อนโหลดได้ ซึ่งช่วยลดการใช้งานพื้นที่จัดเก็บ ณ ปลายทางได้และช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย คุณสามารถสร้างสตรีมการส่งมอบ Firehose จาก AWS Management Console, กำหนดค่าเพียงแค่คลิกไม่กี่ครั้ง และเริ่มส่งข้อมูลไปยังสตรีมจากแหล่งข้อมูลนับร้อยนับพันที่จะโหลดต่อไปยัง AWS โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที

บริษัทใหญ่บางแห่งทำการย้ายแอปพลิเคชันกว่า 2,000 แอปพลิเคชันซึ่งในนี้มีผู้จัดจำหน่ายถึง 600 ราย ระหว่างกระบวนการนี้ บริษัททั้งหลายต่างใช้เวลานับไม่ถ้วนเป็นชั่วโมง เป็นสัปดาห์ และเป็นเดือนในการทำสัญญาและการประเมินสิทธิ เพื่อย้ายซอฟต์แวร์ปัจจุบัน

AWS Marketplace ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซอฟต์แวร์ได้จากรายการซอฟต์แวร์กว่า 3,500 รายการ ที่คู่ค้าด้านเทคโนโลยีของเรากว่า 1,100 ราย เสนอให้เพื่อทำให้การย้ายข้อมูลง่ายขึ้นและเร็วขึ้น Marketplace มีข้อเสนอ Bring-Your-Own-License (BYOL) กว่า 400 ข้อเสนอ ซึ่งช่วยให้มีการจัดเตรียมที่รวดเร็วและการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการควบคุมให้เหมาะสมซึ่งลูกค้าอาจมีอยู่แล้วในส่วนต่างๆ เช่น การรักษาความปลอดภัย, เครือข่าย, พื้นที่จัดเก็บ, BI และฐานข้อมูล ฯลฯ

ศึกษา AWS Marketplace

AWS Marketplace


AWS Migration Acceleration Program (MAP) ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือองค์กรที่มุ่งมั่นที่จะดำเนินการย้ายข้อมูลเพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ทางธุรกิจเหล่านี้โดยการย้ายปริมาณงานที่มีอยู่ไปยัง Amazon Web Services ซึ่งรวมถึงระเบียบวิธีการย้ายข้อมูลสำหรับการดำเนินการย้ายข้อมูลเดิมตามระเบียบวิธี รวมถึงชุดเครื่องมือมากประสิทธิภาพต่างๆ ในการดำเนินการโดยอัตโนมัติและเร่งความเร็วการย้ายข้อมูลทั่วไป

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS Migration Acceleration Program »

AWS MAP
AWS CAF

เราได้เรียนรู้ในเชิงลึกจากการมีส่วนร่วมของลูกค้าจำนวนมากและได้สร้าง AWS Cloud Adoption Framework (AWS CAF) ขึ้นมาเพื่อช่วยองค์กรพัฒนาแผนการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสำหรับการปรับใช้ระบบคลาวด์ คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่กำหนดไว้ในกรอบงานช่วยให้บริษัทสามารถสร้างแนวทางอันครอบคลุมสำหรับการประมวลผลบนระบบคลาวด์ในองค์กรของคุณ รวมถึงรอบการใช้งานด้านไอทีของคุณด้วย ที่ระดับสูงสุด AWS CAF ได้แบ่งคำแนะนำออกเป็นขอบเขตที่ควรมุ่งเน้นทั้งหกขอบเขต เราอธิบายขอบเขตที่ควรมุ่งเน้นเหล่านี้ว่าเป็นมุมมอง

โดยทั่วไป มุมมองด้านธุรกิจ บุคคล และการกำกับดูแลจะมุ่งเน้นในความสามารถทางธุรกิจ แต่มุมมองด้านแพลตฟอร์ม การรักษาความปลอดภัย และการดำเนินงานจะมุ่งเน้นในความสามารถทางเทคนิค จากการระบุช่องว่างในทักษะและกระบวนการระหว่างสภาพแวดล้อมด้านไอทีปัจจุบันและสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ในอนาคต จึงทำให้องค์กรสามารถสร้างแผนดำเนินการที่ออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างเหล่านี้ได้

ดาวน์โหลดเอกสารไวท์เปเปอร์ภาพรวมของ AWS CAF »

องค์กรที่ดำเนินการย้ายข้อมูลไปยัง AWS จำเป็นต้องมีความชำนาญ เครื่องมือ และการจัดแนวในกลยุทธ์ด้านธุรกิจและด้านไอที หลายๆ องค์กรสามารถเร่งความเร็วในการย้ายข้อมูลและเวลาในการประมวลผลลัพธ์ของตนได้ผ่านการร่วมงานกับคู่ค้า AWS Partner Competency Program ช่วยตรวจสอบยืนยันคู่ค้าที่สามารถแสดงให้เห็นว่าตนสามารถช่วยลูกค้าใช้บริการ AWS ได้

AWS Migration Competency Partners มีโซลูชันหรือประสบการณ์เชิงลึกที่สามารถช่วยธุรกิจในการย้ายแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานเดิมไปยัง AWS ผ่านโพรเจกต์การย้ายข้อมูลที่ซับซ้อนในทุกๆ ด้าน ได้แก่ การค้นพบ การวางแผน การย้าย และการดำเนินการ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS Migration Competency Partners »

คู่ค้าของ AWS
บริการระดับมืออาชีพของ AWS

ทีมบริการระดับมืออาชีพของ AWS มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์และได้ช่วยเหลือลูกค้าองค์กรและสถาบันของรัฐนับร้อยในการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจในทุกขั้นตอนของการปรับใช้ AWS ซึ่งดำเนินงานในกว่า 20 ประเทศ ทีมนี้มีความสามารถระดับโลกและมีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเพื่อคอยช่วยเหลือองค์กรของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการระดับมืออาชีพของ AWS »

แม้ว่าจะมีองค์ประกอบทั่วไปหลายอย่างที่พบในการย้ายข้อมูลที่ประสบความสำเร็จในแต่ละครั้ง แต่กลับไม่มีโซลูชันที่ใช้ได้กับทุกระบบสำหรับการตัดสินใจเลือกแนวทางที่ดีที่สุด เราได้รับประสบการณ์ในการช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ย้ายทรัพย์สินด้านไอทีของตนไปยังระบบคลาวด์และได้พัฒนา eBook ที่มีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ลูกค้าเล็งเห็นว่ามีประโยชน์

ดาวน์โหลด eBook: การย้ายข้อมูลไปยัง AWS »

AWS eBook
บล็อกคอลเลกชันองค์กรของ AWS

บล็อกคอลเลกชันองค์กรของ AWS คือชุดบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับใช้การประมวลผลบนระบบคลาวด์ขององค์กร บทความเหล่านี้ประกอบด้วยแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด คำแนะนำ และคำบอกเล่าจากผู้นำ AWS และลูกค้า AWS โดยตรงเกี่ยวกับประสบการณ์ในการประมวลผลบนระบบคลาวด์

เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ »

ติดต่อเรา