Amazon RDS สำหรับ Oracle รองรับ Oracle แบบหลายสิทธิ์การใช้งานในรีเจี้ยน AWS GovCloud (สหรัฐฯ) แล้ว

โพสต์บน: 20 มิ.ย. 2024

ขณะนี้ Amazon Relational Database Service (Amazon RDS) สำหรับ Oracle รองรับการกำหนดค่าแบบหลายสิทธิ์การใช้งานของ Oracle บนฐานข้อมูล Oracle เวอร์ชัน 19c และ 21c ที่เรียกใช้ Oracle Enterprise Edition หรือ Standard Edition 2 ในรีเจี้ยน AWS GovCloud (สหรัฐฯ) แล้ว ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ อินสแตนซ์ DB ของ Amazon RDS สำหรับ Oracle สามารถทำงานเป็นฐานข้อมูลคอนเทนเนอร์แบบหลายสิทธิ์การใช้งาน (CDB) ที่โฮสต์ฐานข้อมูลแบบเสียบได้ (PDB) ตั้งแต่หนึ่งฐานข้อมูลขึ้นไป PDB คือชุดของสคีมา ออบเจ็กต์สคีมา และออบเจ็กต์ที่ไม่ใช่สคีมา ซึ่งปรากฏต่อไคลเอ็นต์ตามตรรกะว่า “ไม่ใช่ CDB”

เมื่อใช้ Oracle แบบหลายสิทธิ์การใช้งาน คุณจะมีตัวเลือกในการรวมฐานข้อมูลแบบสแตนด์อโลนโดยการสร้างเป็น PDB หรือย้ายฐานข้อมูลดังกล่าวไปยัง PDB การรวมฐานข้อมูลจะช่วยปรับปรุงการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับอินสแตนซ์ DB ลดภาระการดูแลระบบ และอาจลดข้อกำหนดด้านสิทธิ์การใช้งานทั้งหมดให้น้อยลง

หากต้องการสร้างอินสแตนซ์ DB ของ Amazon RDS สำหรับ Oracle แบบหลายสิทธิ์การใช้งาน เพียงสร้างอินสแตนซ์ DB ของ Oracle ในคอนโซลการจัดการของ AWS หรือใช้ AWS CLI แล้วระบุสถาปัตยกรรมแบบหลายสิทธิ์การใช้งานและการกำหนดค่าแบบหลายสิทธิ์การใช้งานของ Oracle นอกจากนี้ คุณยังสามารถแปลงอินสแตนซ์ที่ไม่ใช่ CDB ที่มีอยู่เป็นสถาปัตยกรรม CDB จากนั้นแก้ไขอินสแตนซ์เป็นการกำหนดค่าแบบหลายสิทธิ์การใช้งานเพื่อให้สามารถเก็บ PDB หลายรายการได้อีกด้วย โดยจะมีการเรียกเก็บค่าบริการอินสแตนซ์ DB ของ Amazon RDS สำหรับ Oracle ในอัตราเดียวกัน ไม่ว่าอินสแตนซ์นั้นจะเป็น CDB หรือไม่ใช่ CDB ในการกำหนดค่าแบบสิทธิ์การใช้งานเดียวหรือหลายสิทธิ์การใช้งานก็ตาม

Amazon RDS สำหรับ Oracle จะช่วยคุณตั้งค่า ดำเนินงาน และปรับขนาดการนำฐานข้อมูล Oracle ไปใช้จริงในระบบคลาวด์ ดูค่าบริการล่าสุดและความพร้อมใช้งานระดับรีเจี้ยนได้ที่ค่าบริการ Amazon RDS สำหรับ Oracle