Amazon RDS สำหรับ Oracle รองรับ Oracle แบบหลายสิทธิ์การใช้งานในรีเจี้ยน AWS GovCloud (สหรัฐฯ) แล้ว
ขณะนี้ Amazon Relational Database Service (Amazon RDS) สำหรับ Oracle รองรับการกำหนดค่าแบบหลายสิทธิ์การใช้งานของ Oracle บนฐานข้อมูล Oracle เวอร์ชัน 19c และ 21c ที่เรียกใช้ Oracle Enterprise Edition หรือ Standard Edition 2 ในรีเจี้ยน AWS GovCloud (สหรัฐฯ) แล้ว ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ อินสแตนซ์ DB ของ Amazon RDS สำหรับ Oracle สามารถทำงานเป็นฐานข้อมูลคอนเทนเนอร์แบบหลายสิทธิ์การใช้งาน (CDB) ที่โฮสต์ฐานข้อมูลแบบเสียบได้ (PDB) ตั้งแต่หนึ่งฐานข้อมูลขึ้นไป PDB คือชุดของสคีมา ออบเจ็กต์สคีมา และออบเจ็กต์ที่ไม่ใช่สคีมา ซึ่งปรากฏต่อไคลเอ็นต์ตามตรรกะว่า “ไม่ใช่ CDB”
เมื่อใช้ Oracle แบบหลายสิทธิ์การใช้งาน คุณจะมีตัวเลือกในการรวมฐานข้อมูลแบบสแตนด์อโลนโดยการสร้างเป็น PDB หรือย้ายฐานข้อมูลดังกล่าวไปยัง PDB การรวมฐานข้อมูลจะช่วยปรับปรุงการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับอินสแตนซ์ DB ลดภาระการดูแลระบบ และอาจลดข้อกำหนดด้านสิทธิ์การใช้งานทั้งหมดให้น้อยลง
หากต้องการสร้างอินสแตนซ์ DB ของ Amazon RDS สำหรับ Oracle แบบหลายสิทธิ์การใช้งาน เพียงสร้างอินสแตนซ์ DB ของ Oracle ในคอนโซลการจัดการของ AWS หรือใช้ AWS CLI แล้วระบุสถาปัตยกรรมแบบหลายสิทธิ์การใช้งานและการกำหนดค่าแบบหลายสิทธิ์การใช้งานของ Oracle นอกจากนี้ คุณยังสามารถแปลงอินสแตนซ์ที่ไม่ใช่ CDB ที่มีอยู่เป็นสถาปัตยกรรม CDB จากนั้นแก้ไขอินสแตนซ์เป็นการกำหนดค่าแบบหลายสิทธิ์การใช้งานเพื่อให้สามารถเก็บ PDB หลายรายการได้อีกด้วย โดยจะมีการเรียกเก็บค่าบริการอินสแตนซ์ DB ของ Amazon RDS สำหรับ Oracle ในอัตราเดียวกัน ไม่ว่าอินสแตนซ์นั้นจะเป็น CDB หรือไม่ใช่ CDB ในการกำหนดค่าแบบสิทธิ์การใช้งานเดียวหรือหลายสิทธิ์การใช้งานก็ตาม
Amazon RDS สำหรับ Oracle จะช่วยคุณตั้งค่า ดำเนินงาน และปรับขนาดการนำฐานข้อมูล Oracle ไปใช้จริงในระบบคลาวด์ ดูค่าบริการล่าสุดและความพร้อมใช้งานระดับรีเจี้ยนได้ที่ค่าบริการ Amazon RDS สำหรับ Oracle