โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง

โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ส่วนกลางที่ปลอดภัย ครอบคลุม และเชื่อถือได้ที่สุด เพื่อการใช้งานทุกรูปแบบของคุณ

ทำไมโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์จึงสำคัญ

โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ส่วนกลางของ AWS เป็นสภาพแวดล้อมการประมวลผลบนระบบคลาวด์ที่ปลอดภัย ครอบคลุม และเชื่อถือได้ที่สุดทั้งในโลกและนอกโลก ไม่ว่าคุณจะต้องการใช้งานปริมาณงานแอปพลิเคชันของคุณทั่วโลกในหนึ่งคลิก หรือจะต้องการสร้างและใช้แอปพลิเคชันบางอย่างให้อยู่ในระยะใกล้เคียงกับผู้ใช้ของคุณมากที่สุดโดยให้มีเวลาแฝงต่ำในระดับหลักหน่วยมิลลิวินาที AWS สามารถช่วยคุณได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ในทุกที่และทุกเวลาที่คุณต้องการ

AWS มีระบบนิเวศที่ใหญ่และยืดหยุ่นได้ดีที่สุด โดยมีลูกค้าที่ใช้งานอยู่ในขณะนี้กว่าหลายล้านราย และมีคู่ค้าอีกหลายหมื่นรายทั่วโลก ลูกค้าในอุตสาหกรรมทุกสาขาและทุกขนาด ทั้งสตาร์ทอัพ องค์กร และองค์กรภาครัฐ ต่างก็มีกรณีใช้งานทุกรูปแบบที่สามารถจินตนาการได้บน AWS

 

ทุกภูมิภาคมาพร้อม Availability Zone (AZ) หลายแห่ง
สำหรับการใช้งานที่ต้องการเวลาแฝงต่ำ
ที่มี AZ มากกว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์เจ้าใหญ่ลำดับรองลงมา
สถานที่ตั้ง Edge 199 แห่ง และแคช Edge ประจำภูมิภาค 11 แห่ง

Magic Quadrant สำหรับโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ในรูปแบบบริการทั่วโลก (2019)


ลูกค้าหันมาใช้ AWS เพื่อโฮสต์โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์อย่างต่อเนื่อง และได้พบว่าประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น มีความปลอดภัย ไว้วางใจได้ และปรับขนาดได้ทุกที่ที่ใช้งาน AWS ได้รับการประเมินให้เป็นผู้นำใน Magic Quadrant for Cloud Infrastructure as a Service, Worldwide ของ Gartner มาเป็นเวลาถึง 9 ปีซ้อน ด้วยคะแนนสูงสุดในการวัดผลทั้งสองด้าน ได้แก่ ความสามารถในการดำเนินการ และความครอบคลุมของวิสัยทัศน์ เหนือกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ อีก 6 ราย

แผนที่โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางของ AWS

ขณะนี้ AWS ครอบคลุม Availability Zone กว่า 69 แห่งใน 22 เขตทางภูมิศาสตร์ทั่วโลก และมีแผนที่จะเปิดตัว Availability Zone เพิ่มเติมอีก 13 แห่งและภูมิภาค AWS อีก 4 แห่งในประเทศอินโดนีเซีย ประเทศอิตาลี ประเทศแอฟริกาใต้ และประเทศสเปน

GlobalInfraMap_10-31
50x50_orange

ภูมิภาคและจำนวน Availability Zone

สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออก
เวอร์จิเนียเหนือ (6) โอไฮโอ (3)

สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก
แคลิฟอร์เนียเหนือ (3), ออริกอน (4)

เอเชียแปซิฟิก
มุมไบ (3), โซล (3), สิงคโปร์ (3), ซิดนีย์ (3), โตเกียว (4), พื้นที่โอซาก้า (1), เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (3)

แคนาดา
ตอนกลาง (2)

จีนแผ่นดินใหญ่
ปักกิ่ง (3), หนิงเซี่ย (2)

ยุโรป
แฟรงเฟิร์ต (3), ไอร์แลนด์ (3), ลอนดอน (3), ปารีส (3), สตอกโฮล์ม (3)

อเมริกาใต้
เซาเปาลู (3)

GovCloud (US)
สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออก (3), สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก (3)

ตะวันออกกลาง
บาห์เรน (3)

50x50_teal

ภูมิภาคใหม่ (เร็วๆ นี้)

อินโดนีเซีย

อิตาลี

แอฟริกาใต้

สเปน

ประโยชน์

ความปลอดภัย

ความปลอดภัยที่ AWS นั้นเริ่มมาจากโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหัวใจหลักของเรา โครงสร้างพื้นฐานของเราได้รับการตรวจสอบทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อช่วยให้แน่ใจว่าได้รักษาความลับ ความถูกต้อง และความพร้อมใช้งานสำหรับข้อมูลของคุณ ซึ่งสร้างมาสำหรับระบบคลาวด์โดยเฉพาะและออกแบบมาให้สอดคล้องตามข้อกำหนดความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ทั่วเครือข่ายทั่วโลกของ AWS ซึ่งเชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลและเขตต่างๆ เข้าด้วยกันจะถูกเข้ารหัสทางกายภาพโดยอัตโนมัติก่อนที่ข้อมูลนั้นจะออกจากศูนย์ข้อมูล คุณสามารถต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางที่ปลอดภัยที่สุดได้ โดยที่คุณยังเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและสามารถเข้ารหัส ย้าย และจัดการการเก็บรักษาข้อมูลได้ทุกเวลา

ความพร้อมใช้งาน

AWS เสนอความพร้อมใช้งานเครือข่ายสูงสุดที่มากกว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายอื่น โดยมีระยะเวลาเสียเปล่าน้อยกว่าผู้ให้บริการรายใหญ่ลำดับที่สองถึง 7 เท่า* แต่ละภูมิภาคทำงานแยกจากกันโดยสมบูรณ์โดยประกอบด้วย AZ หลายแห่งซึ่งเป็นพาร์ติชันที่แยกออกจากกันโดยสมบูรณ์บนโครงสร้างพื้นฐานของเราเช่นเดียวกัน คุณสามารถแบ่งการใช้งานไปในแต่ละ AZ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เพื่อแยกปัญหาออกจากกันได้ดียิ่งขึ้น และมีความพร้อมใช้งานสูงขึ้น AZ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการสำรองระบบกายภาพและมอบความทนทานซึ่งช่วยให้การทำงานไม่หยุดชะงักแม้ในกรณีที่ไฟฟ้าขัดข้อง อินเทอร์เน็ตหยุดทำงาน น้ำท่วม และเกิดภัยธรรมชาติอื่นๆ

ประสิทธิภาพ

โครงสร้างพื้นฐานของ AWS ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน ภูมิภาคต่างๆ ของ AWS ทำงานโดยมีเวลาแฝงต่ำ ความเสี่ยงการสูญเสียต่ำ และมีคุณภาพเครือข่ายโดยรวมสูง ทั้งนี้ เป็นเพราะมีเส้นทางหลักของโครงข่ายไฟเบอร์ 100 GbE จำนวนมากที่มีความจุสูงระดับเทราบิตระหว่างภูมิภาค AWS Local Zones และ AWZ Wavelength พร้อมด้วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมของเรา ทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของงานที่ต้องการเวลาแฝงต่ำระดับหลักหน่วยมิลลิวินาที โดยทำให้โครงสร้างพื้นฐานของ AWS และการบริการอื่นๆ อยู่ใกล้กับตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้และอุปกรณ์เชื่อมต่อ 5G เมื่อใดก็ตามที่ต้องใช้งาน คุณสามารถหมุนเวียนทรัพยากรตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยการปรับใช้เซิร์ฟเวอร์นับพันได้ในไม่กี่นาที

บริการระดับโลก

AWS มีโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางขนาดใหญ่กว่าผู้ให้บริการทุกราย และยังเพิ่มระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่องและมีนัยสำคัญ เมื่อคุณเริ่มทำงานและใช้ปริมาณงานในระบบคลาวด์ คุณจะสามารถเลือกโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีที่มีความใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ใช้เป้าหมายของคุณมากที่สุดได้อย่างยืดหยุ่น คุณสามารถใชัปริมาณงานบนระบบคลาวด์ที่รองรับชุดการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ต้องการปริมาณการประมวลผลสูงที่สุด หรืองานที่ต้องการเวลาแฝงต่ำที่สุด และหากข้อมูลของคุณมาจากนอกโลก คุณสามารถใช้ AWS Ground Station ที่มีจานรับสัญญาณดาวเทียมอยู่ใกล้กับภูมิภาคต่างๆ ของโครงสร้างพื้นฐาน AWS

ความสามารถในการปรับขนาด

โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางของ AWS ช่วยให้บริษัทต่างๆ มีความยืดหยุ่นมากและสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการปรับขนาดอย่างไม่จำกัดทางแนวคิดของระบบคลาวด์ ลูกค้าต่างเคยต้องเตรียมพร้อมเกินความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถรับมือกับปริมาณงานล้นหลามในระหว่างการดำเนินธุรกิจได้ แต่ตอนนี้ พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมเท่าที่จำเป็นได้ เพราะสามารถปรับขนาดการใช้งานเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามความต้องการของธุรกิจ ซึ่งยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายลดลง และลูกค้ายังสามารถทำให้ผู้ใช้พึงพอใจได้มากขึ้นอีกด้วย บริษัทสามารถหมุนเวียนทรัพยากรตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วโดยการปรับใช้เซิร์ฟเวอร์นับร้อยหรือนับพันได้ในไม่กี่นาที

ความยืดหยุ่น

โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางของ AWS ช่วยให้คุณเลือกวิธีและเวลาที่คุณจะจัดการปริมาณงานได้อย่างยืดหยุ่น และใช้เครือข่าย, Control Plane, API และบริการของ AWS เดียวกัน หากคุณต้องการใช้งานทั่วโลก คุณสามารถเลือกใช้จากภูมิภาคต่างๆ ของ AWS และ AZ ได้ หากคุณต้องการให้ผู้ใช้ได้ใช้แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์มือถือโดยมีเวลาแฝงต่ำในระดับหลักหน่วยมิลลิวินาที คุณสามารถเลือก AWS Local Zones หรือ AWS Wavelength หรือหากคุณต้องการใช้งานภายในองค์กร คุณสามารถเลือกเป็น AWS Outposts ได้

*อิงจากข้อมูลชั่วโมงหยุดทำงานตั้งแต่ 1/1/18 ถึง 31/12/18 ที่ดึงจาก Service Health Dashboard สาธารณะของผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายหลักโดยตรง