Amazon RDS สำหรับ PostgreSQL, MySQL และ MariaDB รองรับอินสแตนซ์ฐานข้อมูล M7g และ R7g ใน AWS Region เพิ่มเติมแล้ว
Amazon Relational Database Service (RDS) สำหรับ PostgreSQL, MySQL และ MariaDB รองรับอินสแตนซ์ฐานข้อมูล M7g ที่ใช้ AWS Graviton3 ใน Region ของเอเชียแปซิฟิก (จาการ์ตา), ตะวันออกกลาง (UAE), อเมริกาใต้ (เซาเปาลู), เอเชียแปซิฟิก (โอซากะ), เอเชียแปซิฟิก (เมลเบิร์น), อิสราเอล (เทลอาวีฟ), ยุโรป (ซูริก) และ AWS GovCloud (สหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก) แล้ว ปัจจุบันมีการรองรับ R7g ใน Region ของตะวันออกกลาง (บาห์เรน), อเมริกาใต้ (เซาเปาลู) และ AWS GovCloud (สหรัฐฯ ฝั่งตะวันตก) แล้ว อินสแตนซ์ที่ใช้ Graviton3 ให้การปรับปรุงประสิทธิภาพสูงสุดถึง 30% เมื่อเทียบกับอินสแตนซ์ที่ใช้ Graviton2 บน RDS สำหรับฐานข้อมูลแบบโอเพนซอร์ส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลไกฐานข้อมูล เวอร์ชัน และเวิร์กโหลด
โปรเซสเซอร์ Graviton3 มาพร้อมการปรับปรุงมากมายเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ Graviton2 รุ่นที่สอง M7g และ R7g ที่ใช้ Graviton3 เป็นอินสแตนซ์ฐานข้อมูล AWS ตัวแรกที่มีหน่วยความจำ DDR5 ล่าสุด ซึ่งให้แบนด์วิดท์หน่วยความจำมากขึ้น 50% เมื่อเทียบกับ DDR4 จึงทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลในหน่วยความจำได้ด้วยความเร็วสูง โดยอินสแตนซ์ฐานข้อมูล M7g และ R7g มอบแบนวิดท์เครือข่ายที่ดีขึ้นสูงสุด 30 Gbps และแบนด์วิดท์สูงถึง 20 Gbps ไปยัง Amazon Elastic Block Store (Amazon EBS) M7g และ R7g บน Amazon RDS สำหรับ MySQL และ MariaDB จะรองรับการเขียนประสิทธิภาพสูงด้วย การเขียนประสิทธิภาพสูงจะทำให้คุณสามารถปรับปรุงอัตราการโอนถ่ายข้อมูลสำหรับการเขียนได้ถึง 2 เท่าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
อินสแตนซ์ฐานข้อมูล M7g และ R7g มีการรองรับบน RDS สำหรับ MySQL เวอร์ชัน 8.0 และ 8.4, RDS สำหรับ PostgreSQL เวอร์ชัน 13.4 (และสูงกว่า), 14.5 (และสูงกว่า) รวมถึงเวอร์ชัน 15, 16 และ 17 และ RDS สำหรับ MariaDB เวอร์ชัน 10.4, 10.5, 10.6, 10.11 และ 11.4 สำหรับข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับค่าบริการและความพร้อมใช้งานระดับรีเจี้ยน โปรดดูหน้าค่าบริการ Amazon RDS เริ่มต้นใช้งานคอนโซลการจัดการของ AWS RDS