Amazon Aurora รองรับอินสแตนซ์ฐานข้อมูล R7g ใน AWS Region เพิ่มเติมแล้ว

โพสต์บน: 21 ก.ค. 2025

อินสแตนซ์ฐานข้อมูล R7g ที่ใช้ AWS Graviton3 พร้อมใช้งานโดยทั่วไปแล้วสำหรับ Amazon Aurora ที่รองรับ PostgreSQL และ Amazon Aurora ที่รองรับ MySQL ในรีเจี้ยนเอเชียแปซิฟิก (โอซากะ), เอเชียแปซิฟิก (จาการ์ตา), แคนาดาตะวันตก (คาลการี), ยุโรป (ซูริก), ยุโรป (ปารีส), อิสราเอล (เทลอาวีฟ), ตะวันออกกลาง (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) และ AWS GovCloud (สหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก) อินสแตนซ์ Graviton3 ให้การปรับปรุงประสิทธิภาพสูงสุดถึง 30% เมื่อเทียบกับอินสแตนซ์ Graviton2 สำหรับ Aurora ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลไกฐานข้อมูล เวอร์ชัน และเวิร์กโหลด

โปรเซสเซอร์ Graviton3 มาพร้อมการปรับปรุงมากมายเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ Graviton2 R7g ที่ใช้ Graviton3 เป็นอินสแตนซ์ฐานข้อมูล AWS ตัวแรกที่มีหน่วยความจำ DDR5 ล่าสุด ซึ่งให้แบนด์วิดท์หน่วยความจำมากขึ้น 50% เมื่อเทียบกับ DDR4 จึงทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลในหน่วยความจำได้ด้วยความเร็วสูง โดยอินสแตนซ์ฐานข้อมูล R7g มอบแบนวิดท์ระบบเครือข่ายที่ดีขึ้นสูงสุด 30 Gbps และแบนด์วิดท์สูงถึง 20 Gbps ไปยัง Amazon Elastic Block Store (Amazon EBS)

คุณสามารถเปิดใช้อินสแตนซ์ฐานข้อมูล Graviton3 R7g ได้ในคอนโซลการจัดการของ Amazon RDS หรือใช้ AWS CLI ก็ได้ Graviton3 มีการรองรับใน Aurora MySQL เวอร์ชัน 3.03.1 ขึ้นไป และ Aurora PostgreSQL เวอร์ชัน 13.10 ขึ้นไป รวมถึง Aurora PostgreSQL 14.7 ขึ้นไป และ Aurora PostgreSQL 15.2 ขึ้นไป การอัปเกรดอินสแตนซ์ฐานข้อมูลเป็น Graviton3 ต้องมีการแก้ไขประเภทอินสแตนซ์อย่างง่าย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเอกสารประกอบของ Aurora

Amazon Aurora ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพที่สูงอย่างเหนือชั้นและความพร้อมใช้งานในการปรับขนาดทั่วโลก โดยสามารถทำงานร่วมกับ MySQL และ PostgreSQL ได้อย่างเต็มรูปแบบ ฐานข้อมูลนี้จะมอบการรักษาความปลอดภัยในตัว, การสำรองข้อมูลอย่างต่อเนื่อง, การประมวลผลแบบไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์, แบบจำลองการอ่านสูงสุด 15 รายการ, การจำลองแบบหลาย Region อัตโนมัติ และการผสานรวมกับบริการอื่น ๆ ของ AWS หากต้องการเริ่มต้นใช้งาน Amazon Aurora โปรดดูที่หน้าเริ่มต้นใช้งานของเรา