ความต่อเนื่องทางธุรกิจจะขึ้นอยู่กับการไหลของข้อมูลทั่วทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ติดขัด ตั้งแต่การดำเนินงานต่างๆ ตลอดจนการขาย ไปจนถึงการเติมสินค้า แม้แต่การขาดความต่อเนื่องด้านปริมาณงานเพียงชั่วครู่อาจทำให้เสียโอกาสทางการขายไปนับพันราย การหยุดชะงักของการผลิต และทำให้ความเชื่อมั่นของลูกค้าถูกทำลายลงได้

สาเหตุของการขาดตอนนี้อาจเกิดจากภัยธรรมชาติไปจนถึงความล้มเหลวทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ก็ได้ คุณต้องมีกลยุทธ์การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติระบบคลาวด์ในเชิงรุกที่จะช่วยให้คุณมีความพร้อมที่จะวิ่งเข้าไปจัดการในกรณีที่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของคุณไม่สามารถใช้งานได้เป็นระยะเวลาใดๆ ก็ตาม

ธุรกิจต่างๆ หลากหลายขนาดต่างใช้ AWS เพื่อให้สามารถกู้คืนระบบไอทีที่สำคัญของพวกเขาได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของไซต์เชิงกายภาพสำรอง AWS รองรับสถาปัตยกรรมการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติจำนวนมาก ตั้งแต่ชนิดที่สร้างขึ้นสำหรับปริมาณงานจำนวนน้อย ไปจนถึงโซลูชันระดับองค์กรที่ทำให้เปลี่ยนระบบเมื่อเกิดความล้มเหลวได้อย่างรวดเร็วโดยที่มีปริมาณงานมาก AWS มอบชุดบริการการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติบนระบบคลาวด์ซึ่งช่วยให้สามารถกู้คืนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติ CloudEndure เป็นบริการ AWS ที่ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนกลยุทธ์การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติไปยัง AWS Cloud จากศูนย์ข้อมูลทางกายภาพหรือเสมือน ระบบคลาวด์ส่วนตัว หรือระบบคลาวด์สาธารณะอื่นๆ ที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย หากคุณได้โยกย้ายไปยัง AWS แล้ว คุณยังสามารถคุ้มครองปริมาณงานที่เป็นหัวใจหลักขององค์กรของคุณต่อไปได้ด้วยการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติแบบข้ามเขต หากคุณยังไม่ได้โยกย้ายไปยัง AWS คุณสามารถเริ่มได้ด้วยใบอนุญาต CloudEndure Migration ฟรี

ประโยชน์จากการใช้ AWS และ CloudEndure สำหรับการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติ

การลด TCO

ในขณะที่โซลูชันการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติแบบดั้งเดิมจะต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บที่ซ้ำกันในไซต์เป้าหมาย CloudEndure และ AWS จะทำให้ข้อมูลของคุณซิงค์กันอยู่เสมอโดยใช้การประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บที่ใช้พื้นที่น้อย เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณจึงได้จ่ายเฉพาะสภาพแวดล้อมการกู้คืนข้อมูลที่มีการจัดเตรียมอย่างเต็มที่ในเหตุการณ์ภัยพิบัติจริง ซึ่งจะช่วยลด TCO ของคุณได้อย่างมหาศาล

ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ

CloudEndure จะทำงานในระบบ โดยไม่ต้องมีการรีบูทหรือส่งผลกระทบกับระบบของคุณในแบบที่เห็นได้ชัด กลไกการปกป้องข้อมูลอย่างต่อเนื่องของเราทำงานในหน่วยความจำ ไม่ใช้สแน็ปช็อต และไม่บันทึกข้อมูลใดๆ ลงในดิสก์ ซึ่งแปลว่ามีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานใกล้เป็นศูนย์

ได้ทุกแอปพลิเคชันจากทุกๆ แหล่ง

CloudEndure รองรับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ แบบเสมือนจริง และบนระบบคลาวด์ รวมถึงฐานข้อมูลที่สำคัญ อาทิ Microsoft SQL Server, Oracle และ MySQL รวมถึงแอปพลิเคชันสำหรับองค์กร อาทิ SAP คุณสามารถใช้กระบวนการอัตโนมัติเดียวกันในการทำซ้ำและกู้คืนปริมาณงานใน AWS ได้ไม่ว่าระบบปฏิบัติการจะเป็นประเภท/รุ่นใด เป็นแอปพลิเคชันหรือฐานข้อมูลใดก็ตาม

RTO และ RPO น้อย

CloudEndure จะใช้การปกป้องข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถใช้ Recovery Point Objectives (RPOs) ต่ำกว่าระดับวินาทีได้ ต่างจากโซลูชันที่ใช้สแนปช็อตซึ่งจะอัปเดตตำแหน่งเป้าหมายในช่วงเวลาที่แตกต่างกันและไม่ถี่ การแปลงและการควบคุมแมชชีนอัตโนมัติขั้นสูงช่วยทำให้ Recovery Time Objective (RTO) เป็นระดับนาทีได้

ดาวน์โหลดเนื้อหาที่โดดเด่นเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

โซลูชันการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติของ AWS

การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติระดับองค์กรในราคาเอื้อมถึงโดยใช้ AWS

อ่านเอกสารรายงาน »

โซลูชันการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติที่มี CloudEndure

การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติอันล้ำยุคจาก CloudEndure

อ่านโบรชัวร์ »

กลยุทธ์การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติในคลาวด์

การนำคลาวด์ไปใช้ในกลยุทธ์การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติของคุณ

อ่าน eBook »

รายการตรวจสอบการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติ

รายการตรวจสอบการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติสำหรับฝ่าย IT ที่รัดกุมช่วยให้มั่นใจได้ว่างานของคุณจะประสบความสำเร็จ

อ่านรายการตรวจสอบ »