การประมวลผลคืออะไร

ในแง่ของการประมวลผลบนระบบคลาวด์ คำว่า "ประมวลผล" อธิบายถึงแนวคิดและอ็อบเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลซอฟต์แวร์ เป็นคำทั่วไปที่ใช้อ้างอิงกำลังการประมวลผล หน่วยความจำ ระบบเครือข่าย พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และทรัพยากรอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในการประมวลผลของทุกโปรแกรม 

ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชันที่ใช้อัลกอริทึมแมชชีนเลิร์นนิงหรือฟังก์ชันการเรนเดอร์กราฟิก 3 มิติ ต้องใช้ RAM จำนวนมากและ CPU หลายตัวจึงจะสามารถทำงานได้สำเร็จ ในกรณีนี้จะเรียก CPU, RAM และหน่วยประมวลผลกราฟิกที่จำเป็นว่าทรัพยากรการประมวลผล และเรียกแอปพลิเคชันดังกล่าวว่าแอปพลิเคชันที่เน้นการประมวลผล

เราลองมาดูคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการประมวลผลเพื่อทำความเข้าใจคำศัพท์ในบริบทของการประมวลผลสมัยใหม่กัน

ทรัพยากรการประมวลผลคืออะไร

ทรัพยากรการประมวลผลคือปริมาณกำลังการประมวลผลที่วัดได้ซึ่งสามารถร้องขอ จัดสรร และใช้งานสำหรับการประมวลผลได้ ตัวอย่างทรัพยากรการประมวลผล ได้แก่

CPU

หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เป็นสมองของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง CPU มีหน่วยวัดเป็นมิลลิคอร์ นักพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถระบุได้ว่าต้องใช้จำนวน CPU ที่จัดสรรเท่าใดในการเรียกใช้แอปพลิเคชันของตนและในการประมวลผลข้อมูล

หน่วยความจำ

หน่วยความจำมีหน่วยวัดเป็นไบต์ แอปพลิเคชันสามารถร้องขอหน่วยความจำที่จำเป็นสำหรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

หากแอปพลิเคชันทำงานบนอุปกรณ์จริงเพียงเครื่องเดียว แอปพลิเคชันเหล่านั้นจะมีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลของอุปกรณ์นั้นอย่างจำกัด แต่หากแอปพลิเคชันทำงานบนระบบคลาวด์ แอปพลิเคชันเหล่านั้นจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลเพิ่มเติมจากอุปกรณ์จริงจำนวนมากพร้อมกันได้ เรามาลองเจาะลึกลงไปอีกหน่อยกัน

การประมวลผลบนระบบคลาวด์คืออะไร?

การประมวลผลบนคลาวด์ คือคำทั่วไปสำหรับทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งทรัพยากรคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้สามารถเข้าถึงกำลังการประมวลผลจำนวนมากได้ตามต้องการ และสามารถซื้อเป็นรายนาทีหรือรายชั่วโมงและใช้มากหรือน้อยเท่าที่จำเป็นในการประมวลผลของตนได้

ความเป็นมาของการประมวลผลบนระบบคลาวด์

แต่เดิม จะโฮสต์เว็บแอปพลิเคชันบนเซิร์ฟเวอร์จริงแบบตายตัว กำลังการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับแอปพลิเคชันนั้นถูกจำกัดอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานอยู่เท่านั้น เจ้าของเว็บไซต์สามารถซื้อเซิร์ฟเวอร์มากมายหรือพื้นที่ภายในเซิร์ฟเวอร์เดียวได้ แต่ต้องจ่ายราคาคงที่โดยไม่คำนึงถึงการใช้งาน และยังต้องคอยดูแลจัดการและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ของตนเองด้วย

ทุกวันนี้ แอปพลิเคชันสามารถใช้ทรัพยากรการประมวลผลของอุปกรณ์จริงต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์มีแหล่งทรัพยากรการประมวลผลมากมาย ซึ่งประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูลจริง องค์กรสามารถโฮสต์แอปพลิเคชันและเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลเหล่านี้ได้จากแหล่งทรัพยากรดังกล่าว โดยผู้ให้บริการจะดูแลจัดการและปรับปรุงทรัพยากรอย่างให้เหมาะสมเองทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่น ปรับขนาดได้ และมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้เพียงแค่ดูแลรักษาแอปพลิเคชันของตนเท่านั้น ส่วนผู้ให้บริการระบบคลาวด์จะดูแลจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลให้เอง

ซอฟต์แวร์การบัญชี: ตัวอย่างการประมวลผลบนระบบคลาวด์

เรามาลองดูตัวอย่างเกี่ยวกับซอฟต์แวร์การบัญชีกัน เมื่อไม่กี่ทศวรรษก่อน หลายธุรกิจต้องซื้อและติดตั้งซอฟต์แวร์บนฮาร์ดแวร์จริงภายในองค์กรของตน ความสามารถของซอฟต์แวร์จำกัดอยู่ที่ฮาร์ดแวร์พื้นฐาน เมื่อเวลาผ่านไป ระบบก็มีหน่วยความจำไม่เพียงพอหรือต้องมีการอัปเดต และความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์อาจทำให้ข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญสูญหายได้

ปัจจุบัน นักพัฒนาซอฟต์แวร์การบัญชีสามารถเรียกใช้ซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ได้ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้เหมือนกับเข้าชมเว็บไซต์ และสามารถซื้อแผนระดับต่างๆ ได้ตามความต้องการ แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ใช้กำลังการประมวลผลจากระบบคลาวด์ และซอฟต์แวร์เองก็สามารถปรับขนาดได้ตามต้องการ ไม่ต้องกังวลว่าลูกค้าจะสูญเสียข้อมูลอีกต่อไป

ไมโครเซอร์วิสคืออะไร

ไมโครเซอร์วิส หรือที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิส เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ใช้สำหรับแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่มีโครงสร้างเป็นชุดบริการต่างๆ 

แอปพลิเคชันระดับองค์กรมักสร้างขึ้นใน 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่

  1. ส่วนติดต่อผู้ใช้ฝั่งไคลเอ็นต์ (แอปหรือหน้า HTML ที่ทำงานบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ปลายทาง)
  2. ฐานข้อมูล (ที่จัดเก็บข้อมูลแอปพลิเคชัน)
  3. แอปพลิเคชันฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (ที่กำหนดฟังก์ชันการทำงานและการทำงานเชิงตรรกะของการดำเนินการ)

รูปแบบสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่นี้ไม่มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ยาก การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบจำเป็นต้องมีการปรับใช้สถาปัตยกรรมขนาดใหญ่นี้ทั้งหมดอีกครั้ง

ในทางกลับกัน สถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิสออกแบบแอปพลิเคชันให้เป็นชุดบริการทำงานที่มีการจัดการแบบกระจายศูนย์ ไมโครเซอร์วิสพยายามแก้ไขข้อกังวลใดข้อกังวลหนึ่ง เช่น การค้นหาข้อมูล ฟังก์ชันการบันทึก หรือฟังก์ชันบริการเว็บ โดยสามารถปรับใช้ไมโครเซอร์วิสเหล่านี้ได้อย่างอิสระ ซึ่งไมโครเซอร์วิสจะใช้ทรัพยากรการประมวลผลของตนเองและสื่อสารระหว่างไมโครเซอร์วิสอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชันข่าวอาจประกอบด้วยไมโครเซอร์วิสอิสระ เช่น ข่าวกีฬา ข่าวอาชญากรรม ข่าวรอบโลก ฯลฯ แต่ละไมโครเซอร์วิสจะจัดการในส่วนการดึงข้อมูลและการเรียงลำดับเนื้อหาของตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดขึ้นหรือลงได้ตามต้องการอีกด้วย ในระหว่างการแข่งขันกีฬาครั้งใหญ่ ไมโครเซอร์วิสด้านกีฬาจะใช้กำลังการประมวลผลเพิ่มเติม แต่จะถูกลดขนาดลงหลังจากการแข่งขันดังกล่าวสิ้นสุดลง 

เครื่องเสมือนคืออะไร

เครื่องเสมือนเป็นบล็อกการสร้างพื้นฐานที่ได้รับกำลังการประมวลผลจากระบบคลาวด์ เครื่องเสมือนคือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เหมือนกับคอมพิวเตอร์เครื่องจริง ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชันและระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่ด้วย หรือก็คือ เป็นเวอร์ชันดิจิทัลของคอมพิวเตอร์เครื่องจริง เครื่องเสมือนสามารถเรียกใช้โปรแกรมและระบบปฏิบัติการ จัดเก็บข้อมูล เชื่อมต่อกับเครือข่าย และดำเนินการฟังก์ชันการประมวลผลอื่นๆ ได้ และยังอาจต้องมีการบำรุงรักษาด้วย เช่น การอัปเดตและการตรวจสอบระบบ

เครื่องเสมือนอาจทำงานบนเครื่องจริงหลายเครื่อง ทำให้แอปพลิเคชันมีกำลังการประมวลผลที่จำเป็นในการทำงานให้สำเร็จได้ การประมวลผลบนระบบคลาวด์ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับใช้และปรับขนาดเครื่องเสมือนได้ตามต้องการ ซึ่งมีทรัพยากรการประมวลผลที่รับประกันในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและแยกจากกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่จำเป็นสำหรับจัดการเซิร์ฟเวอร์จริง

Amazon EC2 Instance คืออะไร

ในบริการของ AWS Compute เครื่องเสมือนจะเรียกว่า “อินสแตนซ์” AWS EC2 มีอินสแตนซ์หลายประเภทซึ่งมีการกำหนดค่าทรัพยากร CPU, หน่วยความจำ, พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายที่แตกต่างกันไป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งทรัพยากรการประมวลผลให้ตรงกับความต้องการของแอปพลิเคชันของตนได้ 

อินสแตนซ์มีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท ดังนี้

อินสแตนซ์สำหรับงานทั่วไป

อินสแตนซ์สำหรับงานทั่วไปมีการประมวลผล หน่วยความจำ และทรัพยากรระบบเครือข่ายที่สมดุล และใช้งานได้กับเวิร์กโหลดต่างๆ ที่หลากหลาย อินสแตนซ์เหล่านี้เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้ทรัพยากรเหล่านี้ในสัดส่วนเท่าๆ กัน เช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์และคลังเก็บโค้ด 

อินสแตนซ์เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล

อินสแตนซ์เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลใช้เพื่อเรียกใช้แอปพลิเคชันประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่ต้องการประสิทธิภาพของเครือข่ายที่รวดเร็ว ความพร้อมใช้งานที่กว้างขวาง และการดำเนินการอินพุต/เอาต์พุต (I/O) ต่อวินาทีระดับสูง ตัวอย่างแอปพลิเคชันประเภทนี้ ได้แก่ แบบจำลองและการจำลองทางวิทยาศาสตร์และการเงิน ข้อมูลขนาดใหญ่ คลังข้อมูลองค์กร และระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ

อินสแตนซ์เร่งการประมวลผล

อินสแตนซ์เร่งการประมวลผลใช้ตัวเร่งฮาร์ดแวร์หรือตัวประมวลผลร่วมเพื่อดำเนินการฟังก์ชันต่างๆ เช่น การคำนวณจำนวนจุดทศนิยมลอยตัว การประมวลผลกราฟิก หรือการจับคู่รูปแบบข้อมูล ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ซอฟต์แวร์บน CPU

อินสแตนซ์เพิ่มประสิทธิภาพหน่วยความจำ

อินสแตนซ์เพิ่มประสิทธิภาพหน่วยความจำใช้โครงสร้างพื้นฐานไดรฟ์โซลิดสเตตความเร็วสูงเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วเป็นพิเศษและให้ประสิทธิภาพในระดับสูง อินสแตนซ์เหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องใช้หน่วยความจำมากและใช้กำลัง CPU น้อย เช่น ฐานข้อมูลโอเพนซอร์สและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์

อินสแตนซ์เพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่จัดเก็บ

อินสแตนซ์เพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่จัดเก็บออกแบบมาสำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องใช้การเข้าถึงชุดข้อมูลขนาดใหญ่บนพื้นที่จัดเก็บในเครื่องด้วยการอ่านและเขียนอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพในการส่งมอบประสิทธิภาพ I/O สุ่มต่อวินาที (IOPS) หลายหมื่นรายการให้กับแอปพลิเคชัน

คอนเทนเนอร์คืออะไร

ก่อนเผยแพร่ซอฟต์แวร์ จะต้องมีการทดสอบ ทำแพ็กเกจ และติดตั้ง การปรับใช้ซอฟต์แวร์คือกระบวนการเตรียมแอปพลิเคชันสำหรับใช้งานบนระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์

Docker เป็นเครื่องมือที่นักพัฒนาใช้ในการปรับใช้ซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นวิธีการมาตรฐานในการรวมโค้ดแอปพลิเคชันเป็นแพ็กเกจและนำไปใช้บนระบบใดๆ ก็ตาม โดยจะรวมโค้ดซอฟต์แวร์และการพึ่งพากันภายในคอนเทนเนอร์ คอนเทนเนอร์ (หรืออิมเมจ Docker) จึงสามารถทำงานบนแพลตฟอร์มใดก็ได้ผ่านกลไก Docker Amazon Elastic Container Service (ECS) คือบริการจัดการคอนเทนเนอร์ประสิทธิภาพสูงที่ปรับขนาดได้ในระดับสูง ซึ่งรองรับคอนเทนเนอร์ Docker และช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันในคลัสเตอร์ที่มีการจัดการของ Amazon EC2 Instance ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ถึงการปรับใช้ที่รวดเร็ว เชื่อถือได้ และสอดคล้องกัน โดยไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม

แอปพลิเคชันจองโรงพยาบาล: ตัวอย่าง Docker

ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลต้องการแอปพลิเคชันจองนัดหมาย ผู้ใช้ปลายทางอาจใช้แอปบน Android, iOS, Windows, MacBook หรือผ่านทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาล หากมีการใช้โค้ดแยกกันในแต่ละแพลตฟอร์ม การดูแลรักษาคงเป็นเรื่องยาก แต่คุณสามารถใช้ Docker เพื่อสร้างคอนเทนเนอร์สากลเดียวของแอปพลิเคชันการจองได้ คอนเทนเนอร์นี้สามารถทำงานได้ทุกที่ รวมถึงบนแพลตฟอร์มการประมวลผล เช่น AWS ด้วย

การประมวลผลแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ด้วย AWS Cloud คืออะไร

การประมวลผลแบบไร้เซิร์ฟเวอร์หมายถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีโครงสร้างพื้นฐานของเซิร์ฟเวอร์พื้นฐานที่มีการจัดการภายนอก บริการแบบไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ เช่น AWS Lambda มาพร้อมกับการปรับขนาดอัตโนมัติ ความพร้อมใช้งานสูงในตัว และรูปแบบการชำระเงินแบบจ่ายตามประโยชน์ที่ได้รับ

การประมวลผลแบบไร้เซิร์ฟเวอร์คือวิธีหนึ่งในการอธิบายถึงบริการ แนวทางปฏิบัติ และกลยุทธ์ที่ช่วยให้บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างสรรค์และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น ทีมสามารถเผยแพร่แอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว รับคำติชม และปรับปรุงซอฟต์แวร์ของตน อีกทั้งยังช่วยขจัดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานด้วย

ตัวอย่างเช่น สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสร้างแอปพลิเคชันเพื่อค้นหาและกรองหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ในการเปิดตัว บริษัทสามารถทำงานแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ และมุ่งเน้นไปที่การขัดเกลาประสบการณ์ของผู้ใช้และระบบ การใช้โครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบช่วยให้สามารถลงทุนในการตลาดแทนได้

 

Elastic Load Balancing ของทรัพยากรการประมวลผลคืออะไร

การบาลานซ์โหลดเป็นกระบวนการกระจายทรัพยากรการประมวลผลและเวิร์กโหลดอย่างเท่าเทียมกันในสภาพแวดล้อมการประมวลผลบนระบบคลาวด์ ซึ่งทำเพื่อลดความล่าช้าและรักษาเวลาในการประมวลผล แม้ว่าแอปพลิเคชันจะมีความต้องการสูงก็ตาม โหลดบาลานเซอร์สามารถกระจายคำขอไคลเอ็นต์ได้อย่างชาญฉลาดผ่านเซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันหลายตัวที่ทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์

Elastic Load Balancing ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรของแอปพลิเคชันให้มากที่สุด โดยจะกระจายการรับส่งข้อมูลที่เข้ามาในหลายๆ เป้าหมายโดยอัตโนมัติ เช่น Amazon EC2 Instance, คอนเทนเนอร์, ที่อยู่ IP, ฟังก์ชัน AWS Lambda และเซิร์ฟเวอร์เสมือน ซึ่งสามารถรองรับปริมาณการใช้งานแอปพลิเคชันที่แตกต่างกันไป ลดต้นทุน และปรับขนาดแอปพลิเคชันขึ้นหรือลงให้ตรงกับความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ

อีคอมเมิร์ซ: ตัวอย่าง Elastic Load Balancing

ตัวอย่างเช่น ร้านค้าอีคอมเมิร์ซออนไลน์เรียกใช้แอปพลิเคชันเพื่อจัดเรียงข้อเสนอที่ดีที่สุดของวัน เนื่องจากเป็นแอปพลิเคชันที่เน้นการประมวลผล จึงใช้การประมวลผลบนระบบคลาวด์และการบาลานซ์โหลดเพื่อจัดการความต้องการ ซึ่งจะใช้ทรัพยากรการประมวลผลเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติในช่วงสุดสัปดาห์ เทศกาลคริสต์มาส และช่วงพีคตามฤดูกาลอื่นๆ เมื่อมีความต้องการเพิ่มขึ้น ส่วนวันอื่นๆ จะลดขนาดการประมวลผลเมื่อความต้องการลดลง หากไม่มีการบาลานซ์โหลด ร้านค้าจะต้องจ่ายอัตราการใช้งานสูงสุดแม้ในวันที่แทบไม่มีลูกค้าเลย ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรลดลง

บริการประมวลผลคืออะไร

บริการประมวลผลเป็นที่รู้จักในอีกชื่อว่า Infrastructure-as-a-Service (IaaS) แพลตฟอร์มการประมวลผล เช่น AWS Compute จะจัดหาอินสแตนซ์เซิร์ฟเวอร์เสมือนและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและ API ที่ช่วยให้ผู้ใช้ย้ายเวิร์กโหลดไปยังเครื่องเสมือนได้ ผู้ใช้ได้จัดสรรกำลังการประมวลผล และสามารถเริ่ม หยุด เข้าถึง และกำหนดค่าทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้ตามต้องการ

วิธีเลือกระหว่างบริการต่างๆ ของ AWS Compute

การเลือกโครงสร้างพื้นฐาน AWS ที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแอปพลิเคชัน วงจรการใช้งาน ขนาดโค้ด ความต้องการ และความจำเป็นในด้านการประมวลผล มีตัวอย่างอยู่ 3 แบบ ดังนี้

  1. หากคุณต้องการปรับใช้ On-Demand Instance ที่ให้ประโยชน์ด้านประสิทธิภาพหลากหลายในสภาพแวดล้อม AWS ของคุณ คุณควรใช้ Amazon Elastic Compute Cloud (EC2)
  2. หากคุณต้องการเรียกใช้แอปพลิเคชันที่เปิดใช้งาน Docker ซึ่งรวมแพ็กเกจเป็นคอนเทนเนอร์บนคลัสเตอร์ของ EC2 Instance คุณสามารถใช้ Amazon Elastic Container Service (Amazon ECS)
  3. หากคุณต้องการเรียกใช้โค้ดของคุณเองโดยใช้ทรัพยากรการประมวลผลเพียงมิลลิวินาทีเพื่อตอบสนองต่อทริกเกอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ในสภาพแวดล้อมแบบไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ คุณสามารถใช้ AWS Lambda

ข้อดีของบริการ AWS Compute มีอะไรบ้าง

บริการของ AWS Compute มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายและครบวงจรที่สุดสำหรับการประมวลผล ประโยชน์หลักๆ ของการใช้ AWS Compute ได้แก่

การประมวลผลที่เหมาะกับเวิร์กโหลดของคุณ

Amazon EC2 (Amazon Elastic Compute Cloud) มีการควบคุมแบบละเอียดเพื่อการจัดการโครงสร้างพื้นฐานของแอปพลิเคชัน พร้อมด้วยตัวเลือกหน่วยประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายต่างๆ Amazon Elastic Container Service (Amazon ECS) มีตัวเลือกและความยืดหยุ่นในการเรียกใช้คอนเทนเนอร์

การรักษาความปลอดภัยในตัว

AWS มีบริการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด การกำกับดูแล และคุณสมบัติหลักมากกว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่อันดับสองอย่างมาก AWS Nitro System มีระบบการรักษาความปลอดภัยในตัวที่ระดับชิป เพื่อติดตาม ปกป้อง และตรวจสอบฮาร์ดแวร์อินสแตนซ์อย่างต่อเนื่อง

การปรับต้นทุนให้เหมาะสม

AWS Compute ให้คุณชำระค่าบริการเฉพาะอินสแตนซ์หรือทรัพยากรที่คุณต้องการ ตามระยะเวลาที่คุณใช้งาน และไม่จำเป็นต้องมีสัญญาระยะยาวหรือการรับรองสิทธิ์ที่ซับซ้อน

ความยืดหยุ่น

AWS มอบหลากหลายวิธีในการสร้าง ปรับใช้ และนำแอปพลิเคชันเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น Amazon Lightsail คือบริการที่ใช้งานง่ายอย่างหนึ่งซึ่งมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์

หากต้องการทราบว่าบริการใดของ AWS Compute เหมาะสมที่สุดในการช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราหรือลงชื่อสมัครใช้บัญชี AWS ฟรีวันนี้

ขั้นตอนต่อไปบน AWS

ดูแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการประมวลผล 
ลงชื่อสมัครใช้บัญชีฟรี

รับสิทธิ์การเข้าถึง AWS Free Tier ได้ทันที

ลงชื่อสมัครใช้งาน 
เริ่มต้นการสร้างใน Console

เริ่มต้นสร้างด้วย AWS ใน AWS Management Console

ลงชื่อเข้าใช้