AWS Cloud
AWS Cloud
เริ่มต้นใช้งาน AWS

DevOps คือการผสมผสานปรัชญาวัฒนธรรม การปฏิบัติ และเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถขององค์กรในการส่งมอบแอปพลิเคชันและบริการอย่างรวดเร็ว โดยปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เร็วกว่าการใช้งานการพัฒนาซอฟต์แวร์และกระบวนการจัดการโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม ความรวดเร็วนี้ช่วยให้องค์กรสามารถส่งมอบบริการแก่ลูกค้าของตนได้และสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในตลาด

DevOps คืออะไร

สำหรับโมเดล DevOps ทีมพัฒนาและทีมดำเนินการจะไม่ทำงานแบบ “แยกต่างหาก” อีกต่อไป บางครั้ง ทั้งสองทีมจะจับมือร่วมงานเป็นทีมเดียวกันซึ่งเหล่าวิศวกรจะทำงานครอบคลุมทั้งวงจรของแอปพลิเคชัน ตั้งแต่การพัฒนาและการทดสอบ ไปจนถึงการปรับใช้และการดำเนินการ และคอยพัฒนาขอบเขตความสามารถไม่ให้จำกัดอยู่เพียงแค่ฟังก์ชันเดียว

ในบางโมเดลของ DevOps ทีมประกันคุณภาพและทีมรักษาความปลอดภัยอาจผสานรวมกับทีมพัฒนาและทีมดำเนินการตลอดวงจรของแอปพลิเคชัน หากการรักษาความปลอดภัยเป็นจุดสำคัญของทุกคนในทีม DevOps เราจะเรียกว่า DevSecOps

ทีมต่างๆ ใช้หลักปฏิบัติจริงในการเปลี่ยนกระบวนการที่เคยทำงานแบบแมนนวลและเชื่องช้าให้ทำงานแบบอัตโนมัติ พวกเขาใช้การสแต็กเทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินการและพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ นอกจากนั้น เครื่องมือเหล่านี้ยังช่วยเหล่าวิศวกรให้ทำงานได้อย่างอิสระ (เช่น การปรับใช้โค้ด หรือการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน) ที่โดยปกติแล้วจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากทีมอื่น พร้อมทั้งยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วของการทำงานของทีมอีกด้วย

DevOps-What-is_scale

ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้คุณสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงให้แก่ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ปรับใช้การเปลี่ยนแปลงกับตลาดได้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาประสิทธิภาพที่ผลักดันผลประกอบการทางธุรกิจ โมเดล DevOps ช่วยให้ทีม Developer และทีมดำเนินการสามารถบรรลุผลลัพธ์เหล่านี้ได้ ตัวอย่างเช่น ไมโครเซอร์วิสและการส่งมอบอย่างต่อเนื่องช่วยให้ทีมสามารถเข้าควบคุมบริการต่างๆ จึงสามารถดำเนินการอัปเดตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

DevOps-What-is_delivery

เพิ่มความถี่และความเร็วในการปล่อยคุณสมบัติใหม่ เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยิ่งคุณสามารถปล่อยคุณสมบัติใหม่และแก้ไขข้อผิดพลาดได้เร็วเท่าไร คุณยิ่งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้เร็วเท่านั้น การบูรณาการอย่างต่อเนื่องและการส่งมอบอย่างต่อเนื่องคือการดำเนินการที่ทำให้กระบวนการปล่อยซอฟต์แวร์ทำงานแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การสร้างจนถึงการปรับใช้

DevOps-What-is_reliability

ช่วยรับรองในคุณภาพของการอัปเดตแอปพลิเคชันและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการส่งมอบได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ พร้อมทั้งยังคงรักษาประสบการณ์ใช้งานเชิงบวกของผู้ใช้ปลายทางไว้ได้อีกด้วย ใช้การดำเนินการอย่างการบูรณาการอย่างต่อเนื่องและการส่งมอบอย่างต่อเนื่องในการทดสอบว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นปลอดภัยหรือทำงานหรือไม่ การตรวจสอบและการบันทึกช่วยให้คุณทราบถึงประสิทธิภาพการทำงานในแบบเรียลไทม์

DevOps-What-is_scale

ดำเนินการและจัดการโครงสร้างพื้นฐานและกระบวนการพัฒนาตามขนาด ระบบอัตโนมัติและความสอดคล้องจะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับระบบที่ซับซ้อนหรือระบบที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงลงด้วย ตัวอย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ด ช่วยให้คุณสามารถจัดการกับการพัฒนา การทดสอบ และสภาพแวดล้อมการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมทั้งยังสามารถทำซ้ำได้อีกด้วย

DevOps-What-is_collaboration

สร้างทีมงานมากประสิทธิภาพภายใต้โมเดล DevOps ซึ่งให้ความสำคัญในมูลค่าต่างๆ เช่น กรรมสิทธิ์ และภาระรับผิดชอบ ทีมพัฒนาและทีมดำเนินการจะร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด แบ่งปันภาระรับผิดชอบทั้งหลาย และผสานลำดับงานของตนเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยลดความไร้ประสิทธิภาพลงและช่วยประหยัดเวลา (เช่น ลดระยะเวลาส่งมอบระหว่างทีมพัฒนาและทีมดำเนินการ เขียนโค้ดที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่นำโค้ดไปใช้งาน)

DevOps-What-is_security

ดำเนินการอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งคอยคงรักษาระดับการควบคุมและความสอดคล้องเอาไว้ คุณสามารถปรับใช้โมเดล DevOps โดยไม่ต้องสูญเสียระดับความปลอดภัยโดยใช้นโยบายการปฏิบัติตามกฎระเบียบอัตโนมัติ การควบคุมแบบละเอียด และเทคนิคการจัดการการกำหนดค่า ตัวอย่างเช่น การใช้โครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ดและนโยบายเป็นโค้ด ซึ่งคุณสามารถกำหนดและติดตามการปฏิบัติตามกฎได้ตามขนาด

ซอฟต์แวร์และอินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงโลกและอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่การช็อปปิ้งและความบันเทิงไปจนถึงการธนาคาร ซอฟต์แวร์ไม่เพียงแค่สนับสนุนธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในทุกภาคส่วนของธุรกิจ บริษัทมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าของตนผ่านทางซอฟต์แวร์ที่มีบริการหรือแอปพลิเคชันออนไลน์ รวมถึงผ่านอุปกรณ์ทุกรูปแบบ นอกจากนั้นยังใช้ซอฟต์แวร์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการโดยเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่คุณค่าทุกส่วน เช่น โลจิสติกส์ การสื่อสาร และการดำเนินการต่างๆ ในทำนองเดียวกันกับบริษัทที่จำหน่ายสินค้าซึ่งได้เปลี่ยนแปลงวิธีการออกแบบ ผลิต และส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยใช้ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมตลอดทั้งศตวรรษที่ 20 บริษัทในปัจจุบันจึงต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตและส่งมอบซอฟต์แวร์เช่นกัน

การเปลี่ยนมาเป็น DevOps จำเป็นต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของวัฒนธรรมและแนวคิด กล่าวโดยง่ายที่สุดคือ DevOps เกี่ยวกับการขจัดกำแพงกั้นระหว่างทั้งสองทีมที่ปกติทำงานแยกต่างหาก นั่นคือ ทีมพัฒนาและทีมดำเนินการ ในบางองค์กร อาจไม่มีการแบ่งแยกทีมพัฒนาและทีมดำเนินการ ทางวิศวกรอาจควบรวมทั้งสองทีม แต่ด้วย DevOps ทั้งสองทีมจะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในผลงานของทีมพัฒนาและความเชื่อถือได้ของทีมดำเนินการ ทั้งสองทีมจะมุ่งมั่นที่จะสื่อสารกันบ่อยครั้ง เพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาคุณภาพบริการที่มอบแก่ลูกค้า โดยทั้งสองทีมมีสิทธิ์ควบคุมในบริการของตนโดยสมบูรณ์ ซึ่งมักเกินกว่าบทบาทหรือตำแหน่งของตนที่ระบุไว้ซึ่งถูกกำหนดขอบเขตเอาไว้โดยกรอบความคิดในส่วนความต้องการของลูกค้าและวิธีที่ตนสามารถช่วยดำเนินการส่งมอบความต้องการเหล่านั้น นอกจากนั้น ทีมประกันคุณภาพและทีมรักษาความปลอดภัยอาจเป็นส่วนหนึ่งกับทั้งสองทีมดังกล่าวด้วยเช่นกัน องค์กรที่ใช้โมเดล DevOps ซึ่งไม่คำนึงถึงโครงสร้างองค์กร จะมีทีมงานที่คอยตรวจดูวงจรการพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดตามที่เป็นส่วนหนึ่งในภาระรับผิดชอบของตน

มีหลักปฏิบัติสำคัญไม่กี่ข้อที่จะช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านการปรับปรุงและการทำให้กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และกระบวนการจัดการโครงสร้างพื้นฐานทำงานโดยอัตโนมัติ หลักปฏิบัติส่วนใหญ่ต้องดำเนินการโดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม

หลักปฏิบัติพื้นฐานข้อหนึ่งคือ การดำเนินการโดยบ่อยครั้ง แต่มีการอัปเดตเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นวิธีที่องค์กรสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงให้กับลูกค้าของตนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การอัปเดตแบบนี้มักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าการอัปเดตแบบเป็นครั้งคราวซึ่งดำเนินการภายใต้หลักปฏิบัติแบบเดิม “การดำเนินการโดยบ่อยครั้ง แต่มีการอัปเดตเพียงเล็กน้อย” ช่วยทำให้การปรับใช้มีความเสี่ยงลดลง ซึ่งช่วยทีมงานในการแก้ไขข้อผิดพลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากทีมงานสามารถระบุถึงการปรับใช้ล่าสุดที่ก่อให้เกิดปัญหา แม้ว่าระยะเวลาและขนาดของการอัปเดตจะแตกต่างกัน แต่องค์การที่ใช้โมเดล DevOps สามารถปรับใช้การอัปเดตได้บ่อยครั้งมากกว่าองค์กรที่ใช้หลักปฏิบัติในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบเดิม

นอกจากนั้น องค์กรอาจต้องใช้การออกแบบไมโครเซอร์วิสในการทำให้แอปพลิเคชันของตนยืดหยุ่นมากขึ้นและสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การออกแบบไมโครเซอร์วิสจะช่วยแยกย่อยระบบขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนให้กลายเป็นระบบที่เรียบง่ายและไม่ขึ้นต่อส่วนใด แอปพลิเคชันจะถูกแยกย่อยเข้ากับองค์ประกอบแต่ละส่วนทั้งหลาย (บริการ) ซึ่งมีบริการต่างๆ ที่ถูกกำหนดขอบเขตไว้สำหรับจุดประสงค์เดียวหรือฟังก์ชันเดียวและที่ดำเนินการโดยอิสระจากบริการแบบ Peer และแอปพลิเคชันโดยรวม การออกแบบดังกล่าวนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการประสานงานของการอัปเดตแอปพลิเคชัน และหากแต่ละบริการถูกมอบหมายให้กับทีมงานขนาดเล็กที่มีความคล่องแคล่วว่องไวซึ่งครอบครองสิทธิ์ควบคุมแต่ละบริการ องค์กรจะสามารถดำเนินการได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การผสมผสานไมโครเซอร์วิสและความถี่ในการปล่อยการอัปเดตที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การปรับใช้งานอย่างมีนัยสำคัญมากขึ้นซึ่งอาจก่อให้เกิดความท้าทายในการดำเนินงานได้ ดังนั้น หลักปฏิบัติของ DevOps อย่างการบูรณาการอย่างต่อเนื่องและการส่งมอบอย่างต่อเนื่องช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้และช่วยให้องค์กรส่งมอบได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้ หลักปฏิบัติสำหรับระบบอัตโนมัติของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ด และการจัดการการกำหนดค่า ช่วยให้ทรัพยากรในการประมวลผลยืดหยุ่นและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง นอกจากนั้น การใช้งานการตรวจสอบและการบันทึกช่วยให้วิศวกรสามารถติดตามประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานได้ เพื่อให้วิศวกรสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้โดยเร็ว

หลักปฏิบัติเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถส่งมอบการอัปเดตที่รวดเร็วและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าได้ ภาพรวมของหลักปฏิบัติของ DevOps ที่สำคัญ มีดังนี้


หลักปฏิบัติที่ดีที่สุดของ DevOps มีดังนี้

คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติแต่ละข้อได้ที่ด้านล่างนี้
การบูรณาการอย่างต่อเนื่อง

การบูรณาการอย่างต่อเนื่อง คือหลักปฏิบัติการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทีมพัฒนาผสานรวมการเปลี่ยนแปลงโค้ดของตนเข้ากับพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนกลางอย่างสม่ำเสมอ หลังจากที่ดำเนินการสร้างและทดสอบโดยอัตโนมัติแล้ว เป้าหมายสำคัญของการบูรณาการอย่างต่อเนื่องคือ เพื่อค้นหาและแก้ไขข้อผิดพลาดโดยเร็ว เพื่อพัฒนาคุณภาพของซอฟต์แวร์ และเพื่อลดเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบและปล่อยการอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง »


การส่งมอบอย่างต่อเนื่อง

การส่งมอบอย่างต่อเนื่อง คือหลักปฏิบัติการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่การเปลี่ยนแปลงโค้ดถูกสร้างขึ้น ทดสอบ และจัดเตรียมโดยอัตโนมัติสำหรับการปล่อยสู่การผลิต ซึ่งจะขยายตามการบูรณาการอย่างต่อเนื่องโดยปรับใช้การเปลี่ยนแปลงโค้ดทั้งหมดกับสภาพแวดล้อมการทดสอบและ/หรือสภาพแวดล้อมการผลิต หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการสร้าง หากการส่งมอบอย่างต่อเนื่องถูกนำไปใช่อย่างเหมาะสมแล้ว ทีมพัฒนาจะมีวัตถุพร้อมใช้งานที่ผ่านกระบวนการทดสอบที่ได้รับการจัดมาตรฐานแล้ว

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งมอบอย่างต่อเนื่องและ AWS CodePipeline »


ไมโครเซอร์วิส

การออกแบบไมโครเซอร์วิส คือวิธีการออกแบบเพื่อสร้างแอปพลิเคชันเดี่ยวให้เป็นชุดบริการขนาดเล็ก แต่ละบริการจะทำงานตามกระบวนการของตนและสื่อสารกับบริการอื่นผ่านอินเทอร์เฟซที่ถูกกำหนดมาอย่างดีโดยใช้กลไกน้ำหนักเบา หรืออินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมบน HTTP (API) ไมโครเซอร์วิสถูกสร้างขึ้นตามความสามารถของธุรกิจ โดยแต่ละบริการจะถูกกำหนดขอบเขตไว้สำหรับจุดประสงค์เดียว คุณสามารถใช้งานเฟรมเวิร์คหรือภาษาการเขียนโปรแกรมต่างๆ ในการเขียนไมโครเซอร์วิสได้และสามารถปรับใช้เป็นแบบบริการเดี่ยวหรือแบบบริการกลุ่มได้อย่างอิสระ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amazon Container Service (Amazon ECS) »

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS Lambda »


โครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ด

โครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ด คือหลักปฏิบัติที่มีการจัดเตรียมและจัดการโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้โค้ดและเทคนิคการพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น การควบคุมเวอร์ชัน และการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง โมเดลที่ขับเคลื่อนโดยใช้ API ของระบบ Cloud ช่วยให้ทีมพัฒนาและผู้ดูแลระบบสามารถตอบโต้กับโครงสร้างพื้นฐานในทางโปรแกรมได้ตามขนาด แทนที่จะต้องมาตั้งค่าและกำหนดค่าทรัพยากรเอง ดังนั้น วิศวกรจึงสามารถดำเนินการกับโครงสร้างพื้นฐานได้โดยใช้เครื่องมือโค้ดและดำเนินการกับโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกับที่ดำเนินการกับโค้ดแอปพลิเคชัน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวถูกกำหนดโดยใช้โค้ด โครงสร้างพื้นฐานและบริการต่างๆ จึงสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้รูปแบบที่ผ่านมาตรฐาน สามารถดำเนินการอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้ หรือสามารถทำสำเนาซื้อได้

เรียนรู้วิธีจัดการกับโครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ดด้วย AWS CloudFormation »

ทีมพัฒนาและผู้ดูแลระบบใช้งานโค้ดในการปรับระบบปฏิบัติการเป็นแบบอัตโนมัติและโฮสต์องค์ประกอบ งานปฏิบัติการ และอื่นๆ การใช้งานโค้ดทำให้การเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าสามารถทำซ้ำได้และผ่านมาตรฐาน ซึ่งช่วยปลดปล่อยทีมพัฒนาและผู้ดูแลระบบจากการกำหนดค่าระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชันระบบ หรือซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์ด้วยตนเอง

เรียนรู้วิธีกำหนดค่าและจัดการ Amazon EC2 และระบบที่มีอยู่ด้วย Amazon EC2 Systems Manager »

เรียนรู้วิธีการใช้การจัดการการกำหนดค่าด้วย AWS OpsWorks »

องค์กรสามารถตรวจสอบและบังคับใช้การปฏิบัติตามกฎแบบไดนามิกได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและการกำหนดค่าที่ประมวลผลด้วยระบบคลาวด์ ดังนั้นจึงสามารถติดตาม ตรวจสอบ และกำหนดค่าโครงสร้างพื้นฐานที่อธิบายด้วยโค้ดโดยอัตโนมัติได้ ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นสำหรับองค์กรในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงในส่วนทรัพยากรและช่วยรับรองว่ามีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมในการแจกจ่าย (เช่น การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลหรือการปฏิบัติตามกฎ PCI-DSS หรือ HIPAA) โดยช่วยให้ทีมงานภายในองค์กรสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถติดตามทรัพยากรที่ไม่สอดคล้องกันสำหรับการตรวจสอบได้โดยอัตโนมัติ หรือแม้แต่การนำกลับมาทำให้สอดคล้อง

เรียนรู้วิธีใช้งาน AWS Config และ Config Rules ในการตรวจสอบและบังคับใช้การปฏิบัติตามกฎสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของคุณ » 


การตรวจสอบและการบันทึก

องค์กรจะคอยตรวจสอบตัวชี้วัดและบันทึกต่างๆ เพื่อดูว่าประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานมีผลกระทบต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ปลายทางอย่างไร จากการรวบรวม จัดหมวดหมู่ และวิเคราะห์ข้อมูลและบันทึกที่สร้างโดยแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐาน องค์กรจึงเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงหรือการอัปเดตมีผลต่อผู้ใช้อย่างไรโดยการเจาะลึกข้อมูลเข้าไปในสาเหตุหลักของปัญหาหรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด การตรวจสอบอยู่เสมอกลายเป็นส่วนสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากบริการต่างๆ ต้องพร้อมใช้งานอยู่ตลอดทุกวัน 24 ชม. และเนื่องจากความถี่ของการอัปเดตแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานมีเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้น การสร้างการแจ้งเตือนหรือการดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามเวลาจริงยังช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบบริการของตนได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

เรียนรู้วิธีการใช้งาน Amazon CloudWatch ในการตรวจสอบตัวชี้วัดและบันทึกของโครงสร้างพื้นฐาน »

เรียนรู้วิธีการใช้งาน AWS CloudTrail ในการบันทึกการเรียก API ของ AWS »


การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน

การสื่อสารและการทำงานร่วมกันที่เพิ่มขึ้นในองค์กรเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของ DevOps การใช้งานเครื่องมือ DevOps และระบบอัตโนมัติของกระบวนการส่งมอบซอฟต์แวร์ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันโดยการรวบรวมกระบวนการทำงานและภาระรับผิดชอบของทีมพัฒนาและทีมดำเนินการเข้าด้วยกัน นอกเหนือจากนั้นแล้ว ทั้งสองทีมจะกำหนดบรรทัดฐานอันเข้มแข็งเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูลและการอำนวยความสะดวกในการสื่อสารผ่านการใช้แอปพลิเคชันสนทนา ระบบติดตามโครงการหรือปัญหา และ Wiki ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการสื่อสารระหว่างทีมพัฒนาและทีมดำเนินการ ตลอดจนทีมอื่นๆ เช่น ทีมการตลาด หรือทีมการขาย โดยช่วยให้ทุกภาคส่วนขององค์กรสามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับเป้าหมายและโครงการมากขึ้น

โมเดล DevOps อาศัยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้ทีมงานสามารถนำไปปรับใช้และดำเนินการเปลี่ยนแปลงให้แก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยปรับให้งานแบบแมนนวลทำงานอัตโนมัติ ช่วยให้ทีมงานสามารถจัดการกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้ตามขนาด และช่วยให้วิศวกรสามารถควบคุมความเร็วสูงที่เปิดใช้งานโดย DevOps AWS มีบริการที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับ DevOps และถูกสร้างขึ้นครั้งแรกสำหรับการใช้งานกับ AWS Cloud บริการเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถใช้งานตามหลักปฏิบัติของ DevOps ตามที่อธิบายไว้ด้านบน

เรียนรู้เกี่ยวกับบริการ AWS DevOps »

เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชันคู่ค้าของ AWS »