คุณสมบัติตามกลไกของ Amazon RDS

ตารางนี้จะเน้นถึงคสิทธิประโยชน์ของ Amazon RDS และคุณสมบัติของ Amazon RDS ตามกลไก โปรดทราบว่าตารางนี้ไม่ใช่รายการความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการที่เติบโตเร็วที่สุดของเรา โปรดไปที่หน้าคุณสมบัติของ Amazon Aurora

ง่ายต่อการจัดการทำให้งานด้านการดูแลระบบที่ไม่แตกต่างกันเป็นไปโดยอัตโนมัติ เช่น การแพตช์ การจัดเตรียม การสำรองข้อมูล และอื่นๆ
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

การแพตช์ซอฟต์แวร์โดยอัตโนมัติ

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ปรับขนาดโครงสร้างพื้นฐานด้วย AWS CloudFormation

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ตรวจสอบผ่าน Amazon RDS Console

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

การผสานรวมกับ CloudWatch

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของ Amazon RDS

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

การโคลนฐานข้อมูล ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ไม่ได้ ไม่มี ไม่มี ไม่มี ใช้ไม่ได้

การติดตั้งใช้งานแบบเปิดตัวระบบใหม่เทียบกับระบบเก่า (Blue/Green) ของ Amazon RDS

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ประสิทธิภาพที่ปรับแต่งได้ได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพสูงด้วย IOPS งานทั่วไปสูงถึง 64,000 รายการและ IOPS ที่จัดสรรไว้ 256,000 รายการ
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

ตัวเลือกประเภทอินสแตนซ์

ใช้ได้

มี

มี

มี

มี

ใช้ได้

ใช้ได้

พื้นที่จัดเก็บข้อมูล SSD สำหรับการใช้งานทั่วไป

การปรับขยายอัตโนมัติ

การปรับขยายอัตโนมัติ

IOPS สูงสุด 64,000 รายการ

IOPS สูงสุด 64,000 รายการ

IOPS สูงสุด 64,000 รายการ

IOPS สูงสุด 64,000 รายการ

IOPS สูงสุด 64,000 รายการ

พื้นที่จัดเก็บข้อมูล IOPS SSD ที่จัดสรรไว้

การปรับขยายอัตโนมัติ

การปรับขยายอัตโนมัติ

IOPS สูงสุด 256,000 รายการ

IOPS สูงสุด 256,000 รายการ

IOPS สูงสุด 256,000 รายการ

IOPS สูงสุด 256,000 รายการ

IOPS สูงสุด 64,000 รายการ

เพิ่มแคชด้วย Amazon ElastiCache

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

Amazon DevOps Guru สำหรับ RDS

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

การเขียนประสิทธิภาพสูงของ Amazon RDS

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ไม่มี

ใช้ไม่ได้

การอ่านประสิทธิภาพสูงของ Amazon RDS

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ความพร้อมใช้งานและความทนทานสูงใช้สแนปช็อต DB การสำรองข้อมูล และตัวเลือกในการปรับใช้กับ Multi-AZ
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

การสํารองข้อมูลฐานข้อมูลอัตโนมัติ

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

สแนปช็อตฐานข้อมูล

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

Amazon RDS Multi-AZ (สแตนด์บายหนึ่วรายการ)

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

Amazon RDS Multi-AZ (สแตนซ์สแตนด์บายที่อ่านได้สองรายการ)

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

กระบวนการกู้คืนจากความเสียหายแบบ Multi-Region

ใช้ได้ Global Database

ใช้ได้ Global Database

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยของคุณผ่านการแยกเครือข่าย สิทธิ์ในระดับทรัพยากร และอื่นๆ
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

การเข้ารหัสข้อมูลพักเก็บและระหว่างส่ง

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

การแยกเครือข่าย

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

สิทธิ์ระดับทรัพยากร

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

Amazon GuardDuty

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ไม่ได้

ความสามารถในการปรับขนาดสูงปรับขนาดได้อย่างง่ายดายด้วยการปรับขนาดการประมวลผลแบบปุ่มกดสูงสุด 128 vCPU และแบบจำลองการอ่านสูงสุด 15 รายการ
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

การปรับขนาดการประมวลผลด้วยการกดปุ่ม

สูงสุด 128 vCPU

ปรับขนาดพื้นที่เก็บข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

สูงสุด 128 TiB

สูงสุด 128 TiB

สูงสุด 64 TiB

สูงสุด 64 TiB

สูงสุด 64 TiB

สูงสุด 64 TiB

สูงสุด 16 TiB

Amazon RDS Read Replicas

ใช้ได้สูงสุด 15

ใช้ได้สูงสุด 15

ใช้ได้สูงสุด 15

ใช้ได้สูงสุด 15

ใช้ได้สูงสุด 15

ใช้ได้สูงสุด 5

ใช้ได้สูงสุด 5

พร็อกซีของ Amazon RDS

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

การกําหนดค่าแบบไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ไม่ได้

คุ้มค่าเริ่มต้นใช้งาน RDS Free Tier และประหยัดค่าใช้จ่ายจากการหยุดและเริ่มต้นอินสแตนซ์, Reserved Instance, และอื่นๆ อีกมากมาย
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

หยุดและเริ่มอินสแตนซ์ DB

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

อินสแตนซ์แบบเหมาจ่าย

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

Aurora I/O-Optimized

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ไม่ได้

Free Tier

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ตัวเลือกการให้สิทธิ์ใช้งาน

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ได้ ดูหน้าราคา

ใช้ได้ ดูหน้าราคา

ประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนาด้วยบริการและเครื่องมือที่มีให้กับ Amazon RDS
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

ส่วนขยายภาษาที่เชื่อถือได้ (TLE)

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ผสานรวมกับ AI และ MLจัดเก็บเวกเตอร์และการฝัง AI/ML ของคุณเพื่อค้นหาความคล้ายคลึงกันและสร้างแอปที่เปิดใช้งาน AI ช่วยสร้าง 
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

แมชชีนเลิร์นนิงของ Amazon Aurora

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ไม่ได้

รองรับเวกเตอร์/การฝัง

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ตัวเลือกสภาพแวดล้อมการนำไปใช้จริง : นำ RDS ไปใช้จริงโดยใช้ตัวเลือกการนำไปใช้จริงเพิ่มเติม 2 ตัวเลือกและกลไก DB เชิงสัมพันธ์ 7 รายการ
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

AWS Outposts

ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

Amazon RDS Custom

ใช้ไม่ได้

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ตัวเลือกการย้ายที่ยืดหยุ่นใช้เครื่องมือการย้ายแบบเนทีฟและใช้บริการที่มีการจัดการ เช่น AWS DMS เพื่อย้ายไปยัง RDS
 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

AWS Database Migration Service

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

AWS Schema Conversion Tool

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ไม่มี

ไม่มี

เครื่องมือการย้ายข้อมูลแบบเนทีฟ

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

Babelfish สำหรับ Aurora PostgreSQL

ใช้ไม่ได้

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ใช้ไม่ได้

 

Aurora MySQL

Aurora PostgreSQL

RDS สำหรับ MySQL

RDS สำหรับ MariaDB

RDS สำหรับ PostgreSQL

RDS for Oracle

RDS สำหรับ SQL Server

ความสามารถแบบเนทีฟและการผสานรวม

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ใช้ได้

ง่ายต่อการจัดการ

ติดตั้งและปรับใช้ได้ง่าย

คุณสามารถใช้คอนโซลการจัดการของ AWS, อินเทอร์เฟซบรรทัดคำสั่ง Amazon RDS, SDK หรือ การเรียกใช้ API อย่างง่ายเพื่อเข้าถึงขีดความสามารถของฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ที่พร้อมสำหรับการผลิตได้ในไม่กี่นาที

อินสแตนซ์ฐานข้อมูล Amazon RDS ได้รับการกำหนดค่าไว้ล่วงหน้าด้วยพารามิเตอร์และการตั้งค่าที่เหมาะสมกับกลไกและระดับที่คุณเลือก คุณสามารถเปิดใช้อินสแตนซ์ฐานข้อมูลและเชื่อมต่อแอปพลิเคชันของคุณได้ภายในไม่กี่นาที กลุ่มพารามิเตอร์ DB ให้การควบคุมแบบละเอียดและการปรับแต่งฐานข้อมูลของคุณ

จัดการงานการดูแลฐานข้อมูล

Amazon RDS ช่วยคุณลดภาระการดูแลระบบโดยการจัดการงานการดูแลระบบที่ไม่แตกต่างกัน เช่น การแพตช์ซอฟต์แวร์ การสำรองข้อมูล การจัดเตรียม และงานบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา Amazon RDS ช่วยให้แน่ใจได้ว่าซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ซึ่งขับเคลื่อนการนำไปใช้จริงของคุณจะอัปเดตเป็นแพทช์ใหม่ล่าสุดอยู่เสมอ คุณสามารถควบคุมเพิ่มเติมได้ว่าจะดำเนินการแพทช์อินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณเมื่อใดและในกรณีใด

ตรวจสอบและดูตัววัดของฐานข้อมูล

Amazon RDS มีตัววัด Amazon CloudWatch สำหรับอินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณโดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม คุณสามารถใช้ Amazon RDS Console เพื่อดูตัววัดการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่ การใช้ความสามารถการประมวลผล/หน่วยความจำ/พื้นที่จัดเก็บข้อมูล กิจกรรม I/O และการเชื่อมต่ออินสแตนซ์ Amazon RDS ยังมีการเฝ้าติดตามที่ดียิ่งขึ้นซึ่งให้การเข้าถึง CPU, หน่วยความจำ, ระบบไฟล์และตัววัด I/O ของดิสก์ได้มากถึง 50 รายการ และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของ Amazon RDS ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายซึ่งจะช่วยให้คุณตรวจจับปัญหาด้านประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว

ปรับขนาดโครงสร้างพื้นฐานด้วย AWS CloudFormation

Amazon RDS ผสานรวมกับ AWS CloudFormation ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยคุณสร้างโมเดล จัดเตรียม และจัดการทรัพยากร AWS ทั่วทั้งบัญชี AWS และภูมิภาคของคุณ เมื่อสร้างทรัพยากร Amazon RDS ด้วย AWS CloudFormation คุณจะสามารถทำให้การจัดการทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานง่ายขึ้นได้ โดยการใช้เทมเพลตของคุณซ้ำ และอนุญาตให้ AWS CloudFormation จัดเตรียมและกำหนดค่าทรัพยากรของคุณ

เปิดการแจ้งเตือนกิจกรรมด้วยการสมัครรับข้อมูลและ Amazon SNS

Amazon RDS สามารถแจ้งเตือนคุณได้ทางอีเมลหรือข้อความ SMS ของเหตุการณ์ฐานข้อมูลผ่านAmazon Simple Notification Service (Amazon SNS) คุณสามารถใช้คอนโซลการจัดการของ AWS หรือ API ของ Amazon RDS เพื่อสมัครรับข้อมูลกิจกรรมของฐานข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอินสแตนซ์ฐานข้อมูลมากกว่า 40 รายการ

ปรับปรุงความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้วยการกำกับดูแลการกำหนดค่า

Amazon RDS ผสานรวมกับ AWS Config เพื่อรองรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเพิ่มความปลอดภัยด้วยการบันทึกและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าของอินสแตนซ์ DB ได้แก่ กลุ่มพารามิเตอร์ กลุ่มซับเน็ต สแน็ปช็อต กลุ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และการสมัครรับข้อมูลกิจกรรม

การโคลนฐานข้อมูล

Amazon Aurora รองรับการดำเนินการโคลนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถโคลนคลัสเตอร์ฐานข้อมูลหลายเทราไบต์ทั้งหมดได้ในเวลาไม่กี่นาที การโคลนฐานข้อมูลมีประโยชน์สำหรับวัตถุประสงค์หลายประการ รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน การทดสอบ การอัปเดตฐานข้อมูล และการเรียกใช้การสืบค้นเชิงวิเคราะห์ ความพร้อมใช้งานของข้อมูลในทันทีสามารถช่วยเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์และการอัปเกรดโปรเจกต์ของคุณได้อย่างมาก และทําให้การวิเคราะห์แม่นยํายิ่งขึ้น คุณสามารถโคลนฐานข้อมูล Amazon Aurora ได้ในไม่กี่ขั้นตอน และไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ยกเว้นกรณีที่คุณใช้พื้นที่เพิ่มเติมเพื่อจัดเก็บการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

อัปเกรดปลอดภัยกว่า ง่ายกว่า และเร็วกว่าด้วยการติดตั้งใช้งานแบบเปิดตัวระบบใหม่เทียบกับระบบเก่า (Blue/Green) ของ Amazon RDS

การติดตั้งใช้งานแบบเปิดตัวระบบใหม่เทียบกับระบบเก่า (Blue/Green) ของ Amazon RDS ช่วยให้คุณอัปเดตฐานข้อมูลได้อย่างปลอดภัย ง่ายขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยที่ข้อมูลไม่สูญหาย การติดตั้งใช้งานแบบเปิดตัวระบบใหม่เทียบกับระบบเก่า (Blue/Green) เพียงไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถสร้างสภาพแวดล้อมชั่วคราวที่จำลองสภาพแวดล้อมการผลิตและทำให้สภาพแวดล้อมทั้งสองซิงค์กันโดยใช้การจำลองแบบเชิงตรรกะ คุณสามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การอัปเกรดเวอร์ชันหลัก/รอง, การปรับเปลี่ยน Schema และการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าพารามิเตอร์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเวิร์กโหลดการผลิตของคุณ

เเมื่อดำเนินการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่จัดเตรียมไว้ของคุณ การติดตั้งใช้งานแบบเปิดตัวระบบใหม่เทียบกับระบบเก่า (Blue/Green) ของ Amazon RDS จะบล็อกการเขียนทั้งสภาพแวดล้อมสีน้ำเงินและสีเขียวจนกว่าการสลับจะเสร็จสมบูรณ์ การติดตั้งใช้งานแบบเปิดตัวระบบใหม่เทียบกับระบบเก่า (Blue/Green) จะใช้กฎควบคุมระบบการสลับเปลี่ยนในตัวซึ่งจะหมดเวลาการส่งเสริมหากเกินเวลาหยุดทำงานสูงสุดที่ยอมรับได้ ตรวจจับข้อผิดพลาดการจำลองแบบ ตรวจสอบสถานะของอินสแตนซ์ และอื่นๆ

คำแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

Amazon RDS ให้คำแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดโดยวิเคราะห์การกำหนดค่าและตัววัดการใช้งานจากอินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณ คำแนะนำจะครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น เวอร์ชันของกลไกฐานข้อมูล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ประเภทอินสแตนซ์ และเครือข่าย คุณสามารถเรียกดูคำแนะนำที่พร้อมใช้งานและดำเนินการตามที่แนะนำโดยทันที กำหนดระยะเวลาการบำรุงรักษาครั้งต่อไป หรือยกเลิกทั้งหมด

ประสิทธิภาพที่ปรับแต่งได้

ตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูล SSD สำหรับงานทั่วไปและ IOPS ที่จัดสรรไว้

Amazon RDS มีประเภทพื้นที่จัดเก็บที่แตกต่างกันอยู่ 2 ประเภท สำหรับกรณีการใช้งานส่วนใหญ่ พื้นที่จัดเก็บสำหรับงานทั่วไปของ Amazon RDS จะดำเนินงานกับเวิร์กโหลดฐานข้อมูลของคุณ พื้นที่จัดเก็บชนิดนี้เป็นตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ซึ่งมอบให้ระดับพื้นฐานอยู่ที่ 3 IOPS ต่อ GB ที่จัดเตรียมใช้งาน และให้ความสามารถในการขยายได้ถึง 3,000 IOPS เหนือระดับพื้นฐาน

สำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ทาง Amazon RDS ก็มี พื้นที่จัดเก็บ IOPS ที่จัดสรรไว้ซึ่งเป็นตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่รองรับโดย SSD ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพ I/O ที่รวดเร็ว สามารถคาดการณ์ได้ และสม่ำเสมอ คุณจะสามารถระบุอัตรา IOPS เมื่อสร้างอินสแตนซ์ฐานข้อมูล และ Amazon RDS จัดเตรียมอัตรา IOPS ดังกล่าวตลอดอายุการใช้งานของอินสแตนซ์ฐานข้อมูล ประเภทพื้นที่จัดเก็บข้อมูลนี้ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเวิร์กโหลดฐานข้อมูลการทำรายการแบบเน้น I/O (OLTP) คุณสามารถจัดเตรียมได้ถึง 256,000 IOPS ต่ออินสแตนซ์ฐานข้อมูล แม้ว่า IOPS ที่เกิดขึ้นจริงของคุณอาจแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับเวิร์กโหลดฐานข้อมูลของคุณ ประเภทอินสแตนซ์ และตัวเลือกกลไกฐานข้อมูล

เพิ่มแคช Amazon ElastiCache ไปยังฐานข้อมูล Amazon RDS

เพื่อเร่งประสิทธิภาพของฐานข้อมูลและแอปพลิเคชันของ Amazon RDS คุณสามารถเพิ่มแคชAmazon ElastiCache ซึ่งเป็นบริการแคชในหน่วยความจำที่มีการจัดการไปยังฐานข้อมูลของคุณได้โดยตรงจาก Amazon RDS Console เมื่อทำงานร่วมกันจะสามารถส่งมอบประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ของแอปพลิเคชันและความต้องการด้านฐานข้อมูลของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ เยี่ยมชมวิธีสร้างคลัสเตอร์ Amazon ElastiCache ในหน้าเอกสารประกอบของ Amazon RDS และ Amazon Aurora เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

วินิจฉัยและแก้ไขปัญหาคอขวดด้านประสิทธิภาพด้วย Amazon DevOps Guru สำหรับ RDS

Amazon DevOps Guru คือบริการการดำเนินงานบนระบบคลาวด์ที่ขับเคลื่อนโดยแมชชีนเลิร์นนิง (ML) ที่จะช่วยปรับปรุงความพร้อมใช้งานของแอปพลิเคชัน ด้วย Amazon DevOps Guru สำหรับ RDS คุณจะสามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย ML เพื่อช่วยตรวจจับและวินิจฉัยปัญหาฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพได้อย่างง่ายดาย และได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขในเวลาไม่กี่นาทีแทนที่จะใช้เวลาเป็นวัน นักพัฒนาและวิศวกร DevOps สามารถใช้ DevOps Guru สำหรับ RDS เพื่อระบุหาสาเหตุของปัญหาด้านประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ และรับคำแนะนำอันชาญฉลาดเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล

หากต้องการเริ่มต้น เพียงไปที่ Amazon RDS Management Console และเปิดใช้งานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของ Amazon RDS เมื่อเปิดใช้งานข้อมูลเชิงลึกด้านประสิทธิภาพแล้ว ให้ไปที่Amazon DevOps Guru Console และเปิดใช้งานสำหรับทรัพยากร Amazon Aurora อื่นๆ หรือทรัพยากรที่รองรับ หรือทั้งบัญชีของคุณ

ปรับปรุงอัตราการโอนถ่ายข้อมูลการเขียนให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเขียนประสิทธิภาพสูงของ Amazon RDS

การเขียนประสิทธิภาพสูงของ Amazon RDS ที่ต่อยอดมาจากคุณสมบัติป้องกันการเขียนเสียหายใหม่ของ AWS Nitro System จะช่วยให้คุณปรับปรุงอัตราการโอนถ่ายข้อมูลการเขียนธุรกรรมได้ถึง 2 เท่าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การเขียนประสิทธิภาพสูงจะเขียนหน้าข้อมูล 16KiB ของคุณได้อย่างปลอดภัยในขั้นตอนเดียว การเขียนประสิทธิภาพสูงมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับลูกค้าที่มีเวิร์กโหลดฐานข้อมูลที่เน้นการเขียน เช่น การชำระเงินดิจิทัล การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน และเกมออนไลน์

ปรับปรุงการประมวลผลการสืบค้นด้วยการอ่านประสิทธิภาพสูงของ Amazon RDS

การอ่านประสิทธิภาพสูงของ Amazon RDS ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้คุณได้รับประสิทธิภาพฐานข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมการประมวลผลการสืบค้นที่เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การอ่านประสิทธิภาพสูงจะช่วยเพิ่มความเร็วการสืบค้นที่ซับซ้อนโดยใช้ตารางชั่วคราว เช่น การสืบค้นที่ต้องเรียงลำดับ การรวมแฮช การรวมโหลดสูง และ Common Table Expressions (CTE) การอ่านประสิทธิภาพสูงช่วยเพิ่มความเร็วการสืบค้นของคุณโดยการวางตารางชั่วคราวบนพื้นที่จัดเก็บอินสแตนซ์แบบ NVMe ซึ่งเชื่อมต่อจริงกับเซิร์ฟเวอร์โฮสต์ของคุณ

ความพร้อมใช้งานและความคงทนสูง

เข้าถึงการกู้คืน ณ จุดใดจุดหนึ่งของเวลาด้วยการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ

คุณสมบัติการสำรองข้อมูลอัตโนมัติของ Amazon RDS จะช่วยให้สามารถกู้คืนอินสแตนซ์ฐานข้อมูล ณ จุดใดจุดหนึ่งของเวลาได้ Amazon RDS จะสำรองข้อมูลของฐานข้อมูลและข้อมูลบันทึกของธุรกรรมต่างๆ และจัดเก็บข้อมูลทั้งสองไว้ตามระยะเวลาเก็บรักษาที่ผู้ใช้ระบุไว้ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถกู้คืนอินสแตนซ์ฐานข้อมูลได้ตลอดเวลาระหว่างระยะเวลาเก็บรักษาจนถึงช่วง 5 นาทีสุดท้าย ระยะเวลาเก็บรักษาของการสำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติสามารถกำหนดได้สูงสุด 35 วัน

ดำเนินการสำรองข้อมูลที่เริ่มต้นโดยผู้ใช้ด้วยสแนปช็อตฐานข้อมูล

สแนปช็อตฐานข้อมูลคือการสำรองข้อมูลที่เริ่มต้นโดยผู้ใช้พื้นที่เก็บอินสแตนซ์ของคุณที่จัดเก็บไว้ใน Amazon S3 ซึ่งข้อมูลจะถูกเก็บไว้จนกว่าจะมีการลบออก คุณสามารถสร้างอินสแตนซ์ใหม่ได้จากสแนปช็อตฐานข้อมูลได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ แม้ว่าสแนปช็อตฐานข้อมูลจะทำงานเสมือนกับการสำรองข้อมูลเต็มรูปแบบ แต่จะมีการเรียกเก็บเงินสำหรับการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น

บรรลุความพร้อมใช้งานสูงด้วยการใช้งานอินสแตนซ์ Amazon RDS Multi-AZ

การใช้งานอินสแตนซ์ Amazon RDS Multi-AZ เพิ่มประสิทธิภาพความพร้อมใช้งานและความคงทนให้กับอินสแตนซ์ฐานข้อมูลด้วย SLA สูงถึง 99.95% ซึ่งช่วยให้เหมาะสมกับเวิร์กโหลดฐานข้อมูลในการใช้งานจริง เมื่อคุณจัดเตรียมอินสแตนซ์ฐานข้อมูลแบบหลาย AZ แล้ว Amazon RDS จะจำลองแบบข้อมูลของคุณไว้พร้อมกันไปยังอินสแตนซ์สำรองที่พร้อมใช้งานใน Availability Zone (AZ) อื่น

ด้วย Multi-AZ พร้อมสแตนด์บายที่อ่านได้สองรายการ ลูกค้าจะสามารถปรับใช้อินสแตนซ์หลักหนึ่งอินสแตนซ์และอินสแตนซ์สแตนด์บายที่อ่านได้สองรายการบน AZ สามตัวสำหรับการใช้ระบบสำรองเพื่อกู้คืนข้อมูลภายใน 35 วินาที โดยทั่วไปเวลาแฝงในการทำธุรกรรมเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า เมื่อเทียบกับ Amazon RDS Multi-AZ ที่มีสแตนด์บายรายการเดียว และความสามารถในการอ่านเพิ่มเติม

ด้วย Amazon Aurora คุณสามารถบรรลุความพร้อมใช้งานสูงด้วย SLA สูงถึง 99.99% โดยใช้เทคโนโลยี Amazon RDS Multi-AZ เพื่อทําให้การใช้ระบบสำรองเพื่อกู้คืนข้อมูลไปยังแบบจําลอง Aurora หนึ่งจาก 15 รายการที่คุณสร้างใน Availability Zone ทั้งสามแห่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ

เมื่อใช้ร่วมกับ Multi-AZ แบบจำลองการอ่านข้ามภูมิภาคจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพโดยการจำลองข้อมูลแบบอะซิงโครนัสทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันกระบวนการกู้คืนจากความเสียหายที่มีประสิทธิภาพ

ใช้งานฐานข้อมูลทั่วโลกของ Amazon Aurora สำหรับแอปพลิเคชันที่กระจายไปทั่วโลก

ฐานข้อมูลทั่วโลกของ Amazon Aurora จะช่วยให้สามารถอ่านภายในเครื่องได้อย่างรวดเร็วและมีกระบวนการกู้คืนจากความเสียหายที่รวดเร็วใน AWS Region ต่างๆ จากฐานข้อมูล Amazon Aurora เพียงแห่งเดียว ฐานข้อมูลทั่วโลกของ Aurora มีเวลาแฝงน้อยกว่า 1 วินาที และในกรณีที่มีการลดลงทางภูมิภาคหรือขัดข้อง ก็สามารถเลื่อนระดับเป็นภูมิภาครองได้โดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาที เหมาะสมกับเวิร์กโหลดที่กระจายไปทั่วโลกซึ่งมีข้อกำหนดด้านความพร้อมใช้งานที่เข้มงวด เช่น ในอุตสาหกรรมการเงิน การเดินทาง และเกม

ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสขณะพักข้อมูลและอยู่ระหว่างการส่งผ่าน

Amazon RDS ช่วยให้คุณเข้ารหัสฐานข้อมูลของคุณได้โดยใช้คีย์ที่คุณจัดการผ่าน AWS Key Management Service (KMS) บนอินสแตนซ์ฐานข้อมูลที่รันด้วยการเข้ารหัส Amazon RDS ข้อมูลที่เก็บพักไว้ในพื้นที่จัดเก็บข้อมูลพื้นฐานจะถูกเข้ารหัส เช่นเดียวกับข้อมูลสำรองอัตโนมัติ แบบจำลองการอ่าน และสแน็ปช็อต

Amazon RDS รองรับการใช้ SSL เพื่อเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ระหว่างการโอนย้าย รวมถึงการเข้ารหัสข้อมูลที่โปร่งใสใน SQL Server และ Oracle

รันอินสแตนซ์ฐานข้อมูลใน Amazon VPC สำหรับการแยกเครือข่าย

AWS แนะนำให้คุณเรียกใช้อินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณในAmazon Virtual Private Cloud (VPC) ซึ่งช่วยให้คุณแยกฐานข้อมูลของคุณในเครือข่ายเสมือนของคุณเองและเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีในองค์กรของคุณโดยใช้ IPsec VPN ที่เข้ารหัสตามมาตรฐานอุตสาหกรรม คุณสามารถกำหนดการตั้งค่าไฟร์วอลล์และควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายไปยังอินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณ

ควบคุมการดำเนินการของผู้ใช้และกลุ่ม AWS ด้วยสิทธิ์ระดับทรัพยากร

Amazon RDS รองรับหลายวิธีในการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้รวมถึง AWS Identity and Access Management (IAM) และ Kerberos

Amazon RDS ผสานรวมกับ IAM และช่วยให้คุณสามารถควบคุมการกระทำที่ผู้ใช้และกลุ่ม AWS IAM สามารถทำได้กับทรัพยากร Amazon RDS ตั้งแต่อินสแตนซ์ฐานข้อมูลไปจนถึงสแนปช็อต กลุ่มพารามิเตอร์ และกลุ่มตัวเลือก นอกจากนี้ คุณยังสามารถติดแท็กทรัพยากร Amazon RDS ของคุณ และควบคุมการกระทำที่ผู้ใช้และกลุ่ม IAM ของคุณสามารถทำได้กับกลุ่มของทรัพยากรที่มีแท็กเดียวกันและค่าที่เกี่ยวข้องได้

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถกำหนดค่ากฎ IAM เพื่อให้มั่นใจว่านักพัฒนาจะสามารถแก้ไขอินสแตนซ์ฐานข้อมูล "การพัฒนา" ได้ แต่เฉพาะผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลเท่านั้นที่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงอินสแตนซ์ฐานข้อมูล "การผลิต" ได้

ด้วยการตรวจสอบสิทธิ์ ของ Kerberos ฐานข้อมูล Amazon RDS ของคุณจะทำงานร่วมกับ AWS Managed Active Directory (AD) เพื่อรับรองความถูกต้องและจัดการข้อมูลประจำตัวจากส่วนกลาง สำหรับ Amazon RDS สำหรับ SQL Server คุณจะมีตัวเลือกว่าจะผ่าน AWS Managed AD หรือเข้าร่วมฐานข้อมูลของคุณโดยตรงกับ AD ที่จัดการด้วยตนเอง

บรรลุการปฏิบัติตามข้อกำหนดของโปรแกรมการปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุตสาหกรรมที่สำคัญ

Amazon RDS รองรับโปรแกรมการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่รวมถึง HIPAA, FedRAMP, SOC และ ISO ไปที่บริการของ AWS ในขอบเขตตามโปรแกรมการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อดูรายการโปรแกรมที่รองรับล่าสุด

การตรวจจับภัยคุกคามด้วย Amazon GuardDuty

Amazon GuardDuty ใช้งานได้กับ Amazon Aurora เพื่อตรวจสอบภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับฐานข้อมูลและเวิร์กโหลดของคุณ ด้วย GuardDuty RDS Protection คุณสมบัตินี้จะวิเคราะห์และสรุปกิจกรรมการเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลเพื่อหาพฤติกรรมอันน่าสงสัย เมื่อตรวจพบภัยคุกคาม GuardDuty จะสร้างรายละเอียดการค้นพบด้านความปลอดภัยของฐานข้อมูลที่ถูกบุกรุก

ความสามารถในการปรับขนาดสูง

เพิ่มประสิทธิภาพฐานข้อมูลของคุณด้วยความสามารถในการปรับขนาดการประมวลผลแบบกดปุ่ม

คุณสามารถปรับขนาดทรัพยากรการประมวลผลและหน่วยความจำซึ่งขับเคลื่อนการปรับใช้ของคุณขึ้นหรือลงได้สูงถึง 128 vCPU และ RAM สูงถึง 4,096 GiB โดยทั่วไปแล้ว การดำเนินการปรับขนาดการประมวลผลจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่นาที

เพียงปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของคุณ

ในขณะที่ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของคุณเพิ่มมากขึ้น คุณยังสามารถจัดเตรียมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย กลไก Amazon Aurora จะขยายขนาดปริมาณฐานข้อมูลของคุณโดยอัตโนมัติเนื่องจากความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลของคุณเพิ่มมากขึ้น โดยจะเพิ่มได้สูงสุดถึง 128 TB หรือสูงสุดตามที่คุณกำหนด กลไก RDS สำหรับ MySQL, RDS สำหรับ MariaDB, RDS สำหรับ Oracle และ RDS สำหรับ PostgreSQL ช่วยให้คุณสามารถปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บได้มากสูงสุด 64 TiB และ RDS สำหรับ SQL Server รองรับสูงสุดที่ 16 TiB พื้นที่จัดเก็บข้อมูลจะปรับขนาดได้ทันทีโดยไม่มีการหยุดทำงาน

ปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่นด้วย Amazon RDS Read Replicas

Amazon RDS Read Replicas จะช่วยเพิ่มจำนวนอินสแตนซ์อย่างยืดหยุ่นเหนือข้อจำกัดความสามารถของอินสแตนซ์ DB แบบเดี่ยวได้ง่ายขึ้น สำหรับเวิร์กโหลดฐานข้อมูลที่มีอัตราการอ่านสูง คุณสามารถสร้างแบบจำลองอินสแตนซ์ DB ต้นทางที่กำหนดตั้งแต่หนึ่งแบบขึ้นไปและรองรับการอ่านข้อมูลแอปพลิเคชันปริมาณมากจากสำเนาข้อมูลต่างๆ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการโอนถ่ายข้อมูลการอ่านโดยรวม

เพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับขนาดด้วยพร็อกซีของ Amazon RDS

ด้วย พร็อกซีของ Amazon RDS คุณจะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของฐานข้อมูลและทำให้แอปพลิเคชันของคุณสามารถปรับขนาดได้ มีความปลอดภัย และยืดหยุ่นต่อความล้มเหลวของฐานข้อมูลได้มากขึ้น โดยการอนุญาตให้แอปพลิเคชันรวบรวมและแชร์การเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล เมื่อเกิดการใช้ระบบสำรองเพื่อกู้คืนข้อมูล พร็อกซีของ RDS จะสามารถลดเวลาการใช้ระบบสำรองเพื่อกู้คืนข้อมูลได้สูงสุดถึง 66% สำหรับ Amazon Aurora และ RDS นอกจากนี้ คุณยังสามารถจัดการข้อมูลประจำตัวของฐานข้อมูล การตรวจสอบสิทธิ์ และการเข้าถึงได้จากส่วนกลางผ่านการผสานรวมกับ AWS Secrets Manager และ AWS IAM ได้อีกด้วย

ปรับขนาดอัตโนมัติด้วย Aurora Serverless v2

Amazon Aurora Serverless คือการกำหนดค่าสำหรับ Aurora ตามความต้องการและมีความสามารถในการปรับขนาดอัตโนมัติ ด้วยตัวเลือกการนำไปใช้จริงนี้ ฐานข้อมูลของคุณจะเริ่มต้น ปิดการทำงาน และปรับขนาดความจุขึ้นหรือลงโดยอัตโนมัติตามความต้องการของแอปพลิเคชัน

ประหยัดคุ้มค่า

ชำระค่าบริการเฉพาะส่วนที่คุณใช้เท่านั้น

ไม่มีภาระผูกพันล่วงหน้ากับ Amazon RDS คุณเพียงชำระค่าบริการรายเดือนสำหรับแต่ละอินสแตนซ์ฐานข้อมูลที่คุณเปิดใช้ และเมื่อเสร็จสิ้นการใช้งานอินสแตนซ์ฐานข้อมูลแล้ว คุณสามารถลบได้อย่างง่ายดาย หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดไปที่หน้าประเภทอินสแตนซ์ Amazon RDS และหน้าราคา Amazon RDS

รับส่วนลดมากมายโดยใช้ Amazon RDS Reserved Instance

Amazon RDS Reserved Instance ให้ทางเลือกแก่คุณในการเหมาจ่ายอินสแตนซ์ DB เป็นระยะเวลาหนึ่งหรือสามปี และรับส่วนลดจำนวนมากตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับราคา On-Demand Instance สำหรับอินสแตนซ์ DB

หยุดและเริ่มต้นอินสแตนซ์ฐานข้อมูล

Amazon RDS ช่วยให้คุณสามารถ หยุดและเริ่มต้นอินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณได้อย่างง่ายดายสูงสุดเจ็ดวันในแต่ละครั้ง ซึ่งทำให้การใช้ฐานข้อมูลง่ายขึ้นและราคาไม่แพงสำหรับการพัฒนาและการทดสอบ โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ฐานข้อมูลทำงานตลอดเวลา

ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านราคาและความสามารถในการคาดการณ์ในวงกว้างด้วย Aurora I/O-Optimized

Amazon Aurora ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบราคาที่คุ้มค่าสำหรับแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ที่มีการใช้งาน I/O ต่ำถึงปานกลาง สำหรับเวิร์กโหลดที่ใช้ I/O สูง คุณสามารถเลือก Amazon Aurora I/O-Optimized ซึ่งเป็นการกำหนดค่าคลัสเตอร์ฐานข้อมูล เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพด้านราคา

เริ่มต้นสร้างด้วย AWS Free Tier

ด้วย AWS Free Tier คุณจะสามารถเริ่มต้นใช้งาน Amazon RDS ได้ฟรีบนฐานข้อมูลอินสแตนซ์ Single-AZ บางรายการสูงสุด 750 ชั่วโมงต่อเดือน พื้นที่จัดเก็บ SSD สำหรับงานทั่วไป 20 GB (gp2) ต่อเดือน และพื้นที่จัดเก็บสำรองฐานข้อมูลอัตโนมัติ 20 GB ต่อเดือนเป็นระยะเวลาหนึ่งปี หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ให้ไปที่ Amazon RDS Free Tier

ทางเลือกของตัวเลือกใบอนุญาตเชิงพาณิชย์

สำหรับกลไกเชิงพาณิชย์ Amazon RDS มีรูปแบบสิทธิ์การใช้งานหลายรูปแบบ ได้แก่ นำสิทธิ์การใช้งานของคุณมาเอง (BYOL), นำสื่อของคุณมาเอง (BYOM) หรือรวมการให้สิทธิ์ใช้งาน (LI) หากเป็น BYOL และ BYOM คุณจะสามารถใช้ประโยชน์จากลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่มีอยู่ของคุณเพื่อใช้กับ Amazon RDS ได้ หากเป็นรวมการให้สิทธิ์ใช้งาน ราคาของใบอนุญาตซอฟต์แวร์จะรวมอยู่ในราคาอินสแตนซ์ Amazon RDS แล้ว คุณไม่จําเป็นต้องซื้อใบอนุญาตแบบแยกต่างหาก

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกสิทธิ์การใช้งานที่มีให้ตามกลไก โปรดไปที่หน้าราคาของ Amazon RDS สำหรับ Oracle, Amazon RDS สำหรับ SQL Server และ Amazon RDS Custom

ประสิทธิภาพของนักพัฒนา

เขียนส่วนขยายอย่างปลอดภัยด้วยส่วนขยายภาษาที่เชื่อถือได้สำหรับ PostgreSQL

ส่วนขยายภาษาที่เชื่อถือได้ (TLE) สำหรับ PostgreSQL เป็นชุดพัฒนาและโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่ช่วยให้คุณสร้างส่วนขยายประสิทธิภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว และเรียกใช้ได้อย่างปลอดภัยบน Amazon Aurora และ Amazon RDS โดยไม่ต้องใช้ AWS ในการรับรองโค้ด นักพัฒนาสามารถใช้ภาษาที่เชื่อถือได้ยอดนิยม เช่น JavaScript, PL/pgSQL, Perl และ SQL เพื่อเขียนส่วนขยายได้อย่างปลอดภัย

TLE ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันการเข้าถึงทรัพยากรที่ไม่ปลอดภัยและจำกัดข้อบกพร่องของส่วนขยายในการเชื่อมต่อฐานข้อมูลเดียว DBA มีการควบคุมออนไลน์ที่ละเอียดอ่อนเพื่อกำหนดว่าใครสามารถติดตั้งส่วนขยายได้ และสามารถสร้างโมเดลสิทธิ์สำหรับการเรียกใช้งานได้ TLE พร้อมให้บริการแก่ลูกค้า Aurora และ Amazon RDS โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ผสานรวมกับ AI และ ML

เปิดใช้งานการคาดการณ์ตาม ML ด้วยแมชชีนเลิร์นนิงของ Amazon Aurora

ด้วย แมชชีนเลิร์นนิงของ Amazon Aurora คุณจะสามารถเพิ่มการคาดการณ์ตาม ML ให้กับแอปพลิเคชันผ่านภาษาการเขียนโปรแกรม SQL ที่คุ้นเคยได้ คุณสามารถเข้าถึงอัลกอริทึม ML ที่มีให้เลือกมากมายได้ด้วยการผสานรวมที่เรียบง่าย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดกับบริการแมชชีนเลิร์นนิงของ AWS

ดำเนินการค้นหาความคล้ายคลึงกันของเวกเตอร์และจัดเก็บการฝัง

ด้วย Amazon Aurora PostgreSQL และ Amazon RDS สำหรับ PostgreSQL คุณจะสามารถใช้ pgvector ซึ่งเป็นส่วนขยาย PostgreSQL แบบโอเพนซอร์สเพื่อทำการค้นหาความคล้ายคลึงกันของเวกเตอร์ได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถจัดเก็บการฝังจากโมเดลแมชชีนเลิร์นนิง (ML) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานข้อมูลของคุณได้ เช่น โมเดลจาก Amazon Bedrock หรือ Amazon SageMaker

การฝังคือการแสดงตัวเลข (เวกเตอร์) ที่แสดงถึงความหมายของเนื้อหา เช่น ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ AI ช่วยสร้างและระบบ AI/ML อื่นๆ ใช้การฝังเพื่อจับความหมายของข้อความที่ป้อนลงลงในโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อ่านเอกสารของเราเกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บการฝังและดำเนินการค้นหาเวกเตอร์ที่คล้ายคลึงกันใน Amazon Aurora PostgreSQL และ Amazon RDS สำหรับ PostgreSQL

ทางเลือกของสภาพแวดล้อมการนำไปใช้จริง

จัดการความต้องการฐานข้อมูลของคุณได้อย่างง่ายดายในฐานะบริการฐานข้อมูลบนคลาวด์ที่มีการจัดการแบบเต็มรูปแบบ

Amazon RDS มอบความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับขนาดเพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการฐานข้อมูลของคุณได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว คุณก็จะสามารถปรับขนาดทรัพยากรการประมวลผลฐานข้อมูลของคุณขึ้นหรือลงได้ หรือด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งในคอนโซล คุณก็จะสามารถสร้างอินสแตนซ์ฐานข้อมูลใหม่ได้

ปรับใช้ Amazon RDS ภายในองค์กรด้วย Amazon RDS บน AWS Outposts

AWS Outposts เป็นบริการที่มีการจัดการแบบเต็มรูปแบบซึ่งจะขยายโครงสร้างพื้นฐานและบริการของ AWS ไปยังในองค์กรหรือสถานที่ร่วมกันสำหรับประสบการณ์แบบไฮบริด

With Amazon RDS บน Outposts คุณจะสามารถเรียกใช้ Amazon RDS ภายในองค์กรและรับคุณสมบัติและสิทธิประโยชน์ของ Amazon RDS แบบเดียวกับที่คุณทำได้ในระบบคลาวด์ รวมถึงงานการดูแลระบบอัตโนมัติ

รับสิทธิ์การเข้าถึงแบบพิเศษด้วย Amazon RDS Custom

Amazon RDS Custom เป็นบริการฐานข้อมูลที่ได้รับการจัดการซึ่งจะให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงระบบปฏิบัติการและสภาพแวดล้อมฐานข้อมูลเพื่อเรียกใช้แอปพลิเคชันแบบแพ็กเกจ ที่กำหนดเอง และมีความดั้งเดิมสำหรับ Microsoft SQL Server และ Oracle ซึ่งเป็นรูปแบบความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแลกกับความยืดหยุ่นที่มากขึ้น

ตัวเลือกการโยกย้ายที่มีความยืดหยุ่น

ดำเนินการย้ายข้อมูลที่เป็นเนื้อเดียวกันและต่างกันด้วย AWS DMS

ด้วย Amazon RDS คุณจะสามารถใช้งาน AWS Database Migration Service (AWS DMS) ซึ่งเป็นบริการย้ายและจำลองแบบที่มีการจัดการสำหรับเวิร์กโหลดฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ เพื่อดำเนินการย้ายทั้งแบบเนื้อเดียวกันและแบบต่างกันได้ ด้วยคุณสมบัติหลัก เช่น AWS DMS Fleet Advisor และ DMS Schema Conversion คุณจะสามารถค้นพบ วางแผน แปลง และย้ายเวิร์กโหลดของคุณทั้งหมดภายใน AWS DMS ได้ ด้วย AWS DMS Serverless และเครื่องมือแบบเนทีฟที่มาในตัว การย้ายของคุณจะง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจากคุณไม่จำเป็นจะต้องจัดเตรียม จัดการ และปรับขนาดทรัพยากรการย้ายด้วยตนเองอีกต่อไป

ประเมินและแปลงสคีมาต้นทางด้วย AWS Schema Conversion Tool

ต่างจากการย้ายฐานข้อมูลรูปแบบเดียวกัน การย้ายแบบต่างกันจำเป็นต้องมีการแปลงสคีมาเพื่อให้แน่ใจว่าสคีมาต้นทางเข้ากันได้กับกลไกเป้าหมายใหม่ สำหรับการโยกย้ายแบบต่างกันไปยัง Amazon RDS นั้น AWS DMS มีความสามารถในตัวพร้อม DMS Schema Conversion หรือตัวเลือกในการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ AWS Schema Conversion Tool (AWS SCT) เพื่อทำงานภายในเครื่อง

ย้ายข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแบบเนทีฟที่คุ้นเคย

นอกจากนี้ สำหรับการย้ายข้อมูลที่มีรูปแบบเดียวกัน คุณยังสามารถใช้เครื่องมือการย้ายฐานข้อมูลแบบเนทีฟที่คุ้นเคยเพื่อย้ายเวิร์กโหลดไปยัง AWS ได้อีกด้วย ด้านล่างนี้คือลิงก์เอกสารเกี่ยวกับวิธีเริ่มต้นใช้งาน:

ย้ายไปยัง Aurora PostgreSQL โดยใช้ Babelfish

Babelfish สำหรับ Aurora PostgreSQL จะช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้แอปพลิเคชัน Microsoft SQL Server บน Aurora PostgreSQL ได้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงโค้ดเพียงเล็กน้อย ด้วยความสามารถในตัวของ Amazon Aurora Babelfish จะช่วยให้ Aurora PostgreSQL เข้าใจการทำงานของ T-SQL และทำให้การย้ายแอปพลิเคชันของคุณง่ายขึ้นและเร็วขึ้น

คุณสมบัติและความสามารถเพิ่มเติม

คุณสมบัติในระดับชุมชนของ MySQL

ด้วย Amazon Aurora MySQL-Compatible Edition และ Amazon RDS สำหรับ MySQL คุณจะสามารถเข้าถึง MySQL เวอร์ชันหลักและรองล่าสุดได้ รวมถึงความสามารถและคุณสมบัติในระดับชุมชนที่เกี่ยวข้อง เช่น ฟังก์ชัน JSON, นิพจน์ตารางทั่วไปโดยใช้คำสั่งย่อย WITH, ส่วนคำสั่ง ADD COLUMN และ RENAME COLUMN ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว สำหรับคำสั่ง ALTER TABLE และอื่นๆ

หากต้องการทราบรายการเวอร์ชันและความสามารถ MySQL ที่รองรับ โปรดดูเอกสารประกอบของ Amazon Aurora และ Amazon RDS

คุณสมบัติในระดับชุมชนของ MariaDB

ด้วย Amazon RDS สำหรับ MariaDB คุณสามารถเข้าถึง MariaDB เวอร์ชันหลักและรองล่าสุด รวมถึงความสามารถและคุณสมบัติในระดับชุมชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงกลไก MyRocks Storage เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของเว็บแอปพลิเคชันประสิทธิภาพสูงที่เน้นการเขียน การปรับปรุงอื่นๆ ได้แก่ การจำลองข้อมูลแบบล่าช้า ความเข้ากันได้ของ Oracle PL/SQL และ Atomic DDL

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเวอร์ชันและความสามารถล่าสุดที่มีอยู่ โปรดดูเอกสารประกอบของ Amazon RDS

คุณสมบัติในระดับชุมชนของ PostgreSQL

ด้วย Amazon Aurora PostgreSQL-Compatible Edition และ Amazon RDS สำหรับ PostgreSQL คุณสามารถเข้าถึง PostgreSQL เวอร์ชันหลักและรองล่าสุด รวมถึงความสามารถและคุณสมบัติในระดับชุมชนที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ PostGIS เป็นตัวขยายเชิงพื้นที่สำหรับฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์กับออบเจ็กต์ของ PostgreSQL และเพิ่มการรองรับสำหรับวัตถุทางภูมิศาสตร์เพื่อเรียกใช้การสืบค้นตำแหน่งใน SQL คุณสามารถเข้าถึงภาษาในขั้นตอนต่างๆ ได้ รวมถึง Perl, pgSQL, TCL, JavaScript (ผ่านกลไก V8 JavaScript) และ Rust (RDS สำหรับ PostgreSQL เท่านั้น) คุณสามารถใช้ส่วนขยายในระดับชุมชน เช่น pg_stat_statements หรือ postgres_fdw สำหรับ wrapper ข้อมูลต่างประเทศได้

นอกจากนี้ยังรวมถึงการรองรับประเภทข้อมูล 'JSON' ของ PostgreSQL และฟังก์ชัน JSON สองฟังก์ชันอีกด้วย ซึ่งช่วยให้สามารถกู้คืน JSON จากเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลได้โดยตรง PostgreSQL มีส่วนขยายที่นำประเภทข้อมูล ‘HStore’ ไปใช้สำหรับการจัดเก็บชุดคู่ที่สำคัญ/มีมูลค่าไว้ภายในค่า PostgreSQL เดี่ยว สำหรับรายการคุณลักษณะกลไกหลักของ PostgreSQL ที่ครอบคลุม โปรดดู รายการคุณสมบัติกลไกหลักของ PostgreSQL ได้ที่นี่

ตัวเลือกฐานข้อมูล Oracle

ด้วย Amazon RDS สำหรับ Oracle คุณจะสามารถเปิดใช้งานตัวเลือกฐานข้อมูล Oracle ได้ เช่น Oracle Application Express (APEX), Oracle On-line Analytical Processing (OLAP) และ Oracle Enterprise Manager (OEM) โดยการเพิ่มตัวเลือกเหล่านั้นไปยังกลุ่มตัวเลือกและเชื่อมโยงกับตัวเลือกนั้น อินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น เช่น Oracle GoldenGate กับ Amazon RDS สำหรับ Oracle เพื่อรวบรวม จำลอง และจัดการข้อมูลธุรกรรมระหว่างฐานข้อมูลสำหรับการจำลองฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่ กระบวนการกู้คืนจากความเสียหาย และอื่นๆ อีกมากมาย

ตัวเลือก Microsoft SQL Server

ด้วย Amazon RDS สำหรับ SQL Server คุณสามารถเปิดใช้งานตัวเลือกฐานข้อมูล SQL Server เช่น Linked Servers, Microsoft Distributed Transaction Coordinator (MSDTC), SQL Server Audit และ SQL Server Business Intelligence Suite (SSIS, SSRS และ SSAS) โดยเพิ่มตัวเลือกเหล่านี้ ไปยังกลุ่มตัวเลือกที่เชื่อมโยงกับอินสแตนซ์ฐานข้อมูลของคุณได้

วัตถุประสงค์การใช้งานและข้อจำกัด

การใช้บริการนี้เป็นไปตามข้อตกลงของลูกค้า Amazon Web Services

คำถามที่พบบ่อย

Amazon RDS ใช้ทําอะไร

Amazon RDS เป็นฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ที่ใช้ในการจัดเก็บ จัดระเบียบ และจัดให้มีการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างโมเดล การรายงาน และกรณีการใช้งานทางธุรกิจอื่นๆ

อะไรคือข้อดีของ Amazon RDS

ข้อดีของ Amazon RDS ได้แก่ ประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบและคุ้มค่า พร้อมมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เป็นเวลากว่าทศวรรษที่ลูกค้าไว้วางใจ Amazon RDS ในด้านความพร้อมใช้งานสูง ความทนทาน ความสามารถในการปรับขนาด และการรักษาความปลอดภัย เพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่สำคัญต่อภารกิจในระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งเคยใช้ระบบคลาวด์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ลูกค้าก็จะชอบในความง่ายดายในการเริ่มต้นและจัดการ Amazon RDS

ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการใช้ Amazon RDS

Amazon RDS เพิ่มเวลาให้กับผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (DBA) เพื่อมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมและการขับเคลื่อนมูลค่าทางธุรกิจ Amazon RDS ทำให้งานการดูแลระบบที่ไม่แตกต่างกันในการจัดการฐานข้อมูลเป็นไปโดยอัตโนมัติ เช่น การจัดเตรียม การแพตช์ และการสำรองข้อมูล นอกจากนี้ Amazon RDS ยังมีคุณสมบัติที่คุ้มค่าเพื่อรองรับความพร้อมใช้งาน ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของเวิร์กโหลดที่สำคัญต่อภารกิจของคุณ เช่น Multi-AZ, Reserved Instance และการควบคุมสิทธิ์ผ่าน AWS IAM

Amazon RDS เป็นฐานข้อมูลประเภทใด

กลไกฐานข้อมูลใดบ้างที่ Amazon RDS รองรับ

Amazon RDS รองรับกลไกฐานข้อมูลเจ็ดรายการ ซึ่งรวมถึงกลไกโอเพนซอร์สห้ารายการและกลไกเชิงพาณิชย์สองรายการ กลไกโอเพนซอร์สได้แก่ Amazon Aurora PostgreSQL-Compatible Edition, Amazon Aurora MySQL-Compatible Edition, Amazon RDS สำหรับ PostgreSQL, Amazon RDS สำหรับ MySQL และ Amazon RDS สำหรับ MariaDB กลไกเชิงพาณิชย์ได้แก่ Amazon RDS สำหรับ Oracle และ Amazon RDS สำหรับ SQL Server

การย้ายฐานข้อมูลภายในองค์กรไปยัง Amazon RDS มีประโยชน์อย่างไร

ประโยชน์หลักของ Amazon RDS คือค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบของฐานข้อมูลภายในองค์กรที่มีการจัดการด้วยตนเองนั้นลดลง Amazon RDS ใช้งานง่ายและช่วยลดภาระงานการดูแลระบบในการจัดเตรียม การแพตช์ การสำรองข้อมูล และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ Amazon RDS ยังมอบความยืดหยุ่นและตัวเลือกคุณสมบัติต่างๆ มากมายเพื่อมอบประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับขนาด ความพร้อมใช้งาน และความต้องการด้านความปลอดภัยของลูกค้าของเรา

ฉันจะตั้งค่า Amazon RDS ได้อย่างไร

คุณสามารถตั้งค่า Amazon RDS ได้ด้วยการคลิกง่ายๆ เพียงไม่กี่ครั้งภายในคอนโซลการจัดการของ AWS ไปที่เอกสาร Amazon RDS และทำตามคำแนะนำในการตั้งค่า

ฉันจะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของกลไก Amazon RDS ได้ที่ไหน

โปรดไปที่เอกสารประกอบของ Amazon RDS และ/หรือหน้าเฉพาะคุณสมบัติจากเมนูดรอปดาวน์คุณสมบัติของ Amazon RDS เช่น หน้า Amazon RDS Multi-AZ นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นหาคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคุณสมบัติเพิ่มเติมได้ในหน้าคำถามที่พบบ่อยของกลไกแต่ละประเภท ได้ดังนี้ – Aurora, RDS สำหรับ PostgreSQL, RDS สำหรับ MySQL, RDS สำหรับ MariaDB, RDS สำหรับ Oracle และ RDS สำหรับ SQL Server

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาผลิตภัณฑ์
เรียนรู้เพิ่มเติม 
ลงชื่อสมัครใช้บัญชีฟรี

รับสิทธิ์การเข้าถึง AWS Free Tier ได้ทันที 

ลงชื่อสมัครใช้งาน 
เริ่มต้นสร้างใน Console

เริ่มต้นใช้งาน Amazon RDS ใน AWS Console

ลงชื่อเข้าใช้